วิเคราะห์การเมือง : ย้อนอดีตการเมืองปี 2535 กับสามัคคีธรรม สมศักดิ์ เทพสุทิน
ย้อนอดีตการเมืองปี 2535 กับสามัคคีธรรม สมศักดิ์ เทพสุทิน : ได้ยินเสียงการันตีจากปาก นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ออกมายืนยันความมั่นใจ ว่าจะสามารถขับเคลื่อนรัฐบาลไปได้ 4 ปีอย่างสบายๆ
ประสานกับเสียงของ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ที่ว่า
“การที่พรรคพลังประชารัฐจะให้ตำแหน่งถึง 6 ตำแหน่งเป็นการสร้างข่าวออกมามากกว่า เพราะพรรคประชาธิปัตย์มีศักดิ์ศรี ไม่ใช่เขาโยนอะไรมาก็งับ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีศักดิ์ศรี”
แล้ว, ก็พอจะสัมผัสความร้อนแรงของการต่อรอง
เป็นการต่อรองซึ่งร้อนแรงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าบรรยากาศการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคสามัคคีธรรม ภายหลังการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2535
มั่นใจว่าบรรยากาศอันร้อนแรงนั้น นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ซึ่งสังกัดพรรคกิจสังคม และเป็นมือขวาของ นายมนตรี พงษ์พานิช ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคคงจำได้
จำได้ในบทบาทของพรรคสามัคคีธรรม
พรรคสามัคคีธรรมซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่มีรสช.หนุนหลังอย่างเด่นชัด กระทั่งการประชุมหนหนึ่งก็ปิดห้องของโรงแรมดังในย่านดอนเมืองเป็นเวทีต่อรอง
แล้วเมื่อมิอาจตกลงกันได้แล้วเป็นอย่างไร
ในเมื่อ “บิ๊ก” คนหนึ่งซึ่งร่วมอยู่ในโต๊ะเจรจางัดเอาปืนอูซี่ขึ้นมาวางบนโต๊ะ แล้วทอดสายตาขมึงทึงไปยัง นายมนตรี พงษ์พานิช คนเก่งแห่งพรรคกิจสังคม
ถามว่าความเชื่อมั่นของ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน มีพื้นฐานมาจากไหน คำตอบคงมิได้อยู่ที่ความแข็งแกร่งที่พรรคพลังประชารัฐมีอยู่อย่างเดียว
หากแต่อยู่ที่ว่าใครอยู่เบื้องหลังพรรคพลังประชารัฐ
ความเป็นจริงของพรรคพลังประชารัฐก็แทบไม่มีอะไรแตกต่างไปจากความเป็นจริงของพรรคสามัคคีธรรมเมื่อปี 2535
เพียงแต่เปลี่ยนจาก “รสช.” มาเป็น “คสช.”
เพียงแต่เมื่อปี 2535 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อยู่ในพรรคกิจสังคม เพียงแต่ในปี 2562 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อยู่ในพรรคพลังประชารัฐ
ขณะที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อ่านการเมืองอย่างนี้ถามว่าคนของพรรคประชาธิปัตย์ คนของพรรคภูมิใจไทย คนของพรรคชาติไทยพัฒนา อ่านออกหรือไม่
ตอบได้เลยว่า อ่านทะลุ
แต่ละวินาทีต่อไปนี้จึงเป็นวินาทีแห่งการต่อรองระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา กับพรรคพลังประชารัฐ
เพียงแต่จำเป็นต้องให้ “คสช.” งัดปืนออกมาข่มขู่หรือไม่ เท่านั้นเอง