คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง

เป็นอันว่าข้อเรียกร้องที่จะให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตระเตรียมเพื่อสมัครรับเลือกตั้งจากหลายๆ ฝ่ายไม่ปรากฏผลในทางเป็นจริง

เมื่อไม่มีการขยับขับเคลื่อนใดๆ ในทางการเมือง

เพราะตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 บรรดาผู้มีตำแหน่งใดๆ ในทางการเมืองจะต้องยื่นใบลาออกจากตำแหน่งภายใน 90 วันหลังจากรัฐธรรมนูญประกาศและบังคับใช้

จึงจะเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งได้

เห็นได้จากบรรดาสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ต่างทยอยกันยื่นใบลาออก ไม่ว่าจะเป็น นายชัย ชิดชอบ ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร เพราะล้วนมีเป้าหมายว่าจะเข้าสู่กระบวนการของการเลือกตั้งอย่างแน่นอน

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่มีการขยับ ขับเคลื่อน

ความจริงแล้วในท่ามกลางเสียงเร่งเร้าทั้งเชิญชวนและท้าทายจากบรรดานักการเมือง ไม่ว่าจะจากพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะจากพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่ว่าจะจากพรรคเพื่อไทย

ก็ใช่ว่าทางด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะไม่มีคำตอบ

อย่างน้อยการมอบหมายให้ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด แสดงบทในฐานะโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็มีความแจ่มชัด

นั่นก็คือ “พลเอกประยุทธ์ไม่ได้ต้องการที่จะเป็นนักการเมือง”

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ไขขานด้วยตัวเอง หนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ทีวีทุกช่องวุ่นวายอยู่กับเรื่องของผมที่ว่าจะเลือกตั้งหรือไม่ บ้าบอคอแตกกันอยู่นั้น วันนี้จะเป็นจะตาย ฉะนั้น อย่าไปสนใจใคร อยากจะพูดอะไรก็พูดไป

“มันเรื่องของผม ตอบชัดเจนแบบนี้แล้วอย่ามาถามอีก”

ความหมายของคำพูดนี้แม้จะมากด้วยอารมณ์ตามท่วงทำนองและแบบฉบับ แต่ก็มีความแจ่มชัดทั้งโดยคำพูดและการกระทำ

นั่นก็คือ “มันเรื่องของผม”

นั่นก็คือ ไม่มีการยื่นใบลาออกจากตำแหน่งภายใน 90 วันตามข้อกำหนดของรัฐธรรมนูญ เท่ากับเป็นคำตอบว่า

1 ไม่ลงเลือกตั้ง และ 1 ไม่มีการจัดตั้งพรรคการเมือง

ทุกอย่างจึงเป็นไปตามกระบวนการ ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการของรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการของการเลือกตั้ง

สถานการณ์และกระบวนการเป็นอย่างไรก็เอาตามนั้น

มีความเชื่อมั่นอย่างเป็นเอกภาพว่าถึงอย่างไร “อำนาจ” ก็ยังอยู่ในมือของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

อย่างน้อยรัฐธรรมนูญก็กำหนดแล้วว่า 250 ส.ว.จะตั้งโดยใคร อย่างน้อยรัฐธรรมนูญก็กำหนดแล้วว่ากระบวนการเลือกตั้งแบบนี้จะไม่มีพรรคขนาดใหญ่เหมือนกับที่เคยมีในอดีต

คสช.จึงสามารถหยิบชิ้นปลามันได้สบาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน