วิเคราะห์การเมือง
คำแถลงจาก หลี่ เป่าตง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้ตอบประเด็นข้องใจต่อกรณีของ โจชัว หว่อง ได้ในระดับ 1
ขอให้อ่าน
จีนมีความเคารพในอำนาจอธิปไตยของประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะเล็กหรือว่าใหญ่ ในเรื่องที่ โจชัว หว่อง ไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าไทย
เป็นการตัดสินใจของรัฐบาลไทยที่มีระเบียบการตรวจคนเข้าเมืองและเป็นไปตามกฎหมาย
เหมือนกับเป็นการกันตัวเองออกจากการตัดสินใจของไทย แต่ก็แสดงความเห็นชอบในการตัดสินใจเช่นนั้นของไทย
1 เป็นไปตามกฎหมาย และ 1 กฎหมายนั้นก็คือกฎหมายจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
มองในด้านการทูต ถือเป็นท่วงทำนองที่ละมุนละไม เรียบร้อย นุ่มนวล ไม่มีอะไรที่เว่อร์หรือเร่อร่า เพราะหากอ่านเหตุผลของคสช.อ่านเหตุผลของกระทรวงการต่างประเทศก็เป็นเช่นนี้
เป็นอันว่า ไทยคือผู้แบกรับจากกรณี โจชัว หว่อง
การตัดสินใจของไทยในกรณี โจชัว หว่อง ทำให้บรรทัดฐานของไทยไปอยู่ในระนาบเดียวกันกับทางการมาเลเซียโดยพื้นฐาน
เพราะมาเลเซียคือประเทศที่ทำเช่นนี้กับ โจชัว หว่อง
เหตุผลของมาเลเซียก็เป็นเหตุผลที่คล้ายๆ กับเหตุผลของไทย นั่นก็คือ ยึดถือตามกฎระเบียบทางกฎหมาย
ขณะที่เป้าหมายใหญ่ คือ ไม่อยากให้ โจชัว หว่อง เข้ามาแสดงบทบาท
มาเลเซียอาจกำลังมีปัญหาขัดแย้งในทางการเมือง มีการชุมนุมยืดเยื้อเพื่อเล่นงานนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ไทยเองก็มีปัญหาและความขัดแย้งในเรื่องประชาธิปไตยและเผด็จการตั้งแต่รัฐประหารเมื่อปี 2549 คาราคาซังมายังรัฐประหารเมื่อปี 2557
จึงเท่ากับเป็นการตัดไฟไปตั้งแต่ต้นลม
มองจากสภาพความเป็นจริงของสถานการณ์ทางการเมืองและทางสังคมในประเทศไทย ทั้งหมดน่าจะเกี่ยวพันกับการเคลื่อนไหวเดือนตุลาคม
นั่นก็เพราะ 6 ตุลาคม นั่นก็เพราะ 14 ตุลาคม
การเข้ามาของ โจชัว หว่อง เป็นการมาตามคำเชิญจากคณะกรรมการจัดงานที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นจุดเริ่มต้น
แต่ก็ต่อเนื่องไปยังการจัดงานที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วย
การห้าม โจชัว หว่อง เข้ามาก็เท่ากับเป็นการตัดคัตเอาต์ ไม่ว่าจะเป็นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ที่สำคัญอย่างยิ่งยวดก็คือ กลัว “ผลสะเทือน”
พลันที่เจ้าหน้าที่จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกักตัว โจชัว หว่อง และส่งกลับที่เดิมคือเกาะฮ่องกง
หลายคนในประเทศไทยอาจถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่ทำให้บทบาทของ โจชัว หว่อง ในสถานการณ์รำลึก 40 ปี 6 ตุลาคม จบสิ้นลงไปโดยพื้นฐาน
คำถามที่เสนอเข้ามาก็คือ เป็นเช่นนั้นจริงหรือ