วิเคราะห์การเมือง
ยิ่งใกล้มหกรรม “หนังสือแห่งชาติ” มากเพียงใด ความสนใจต่อการปรากฏตัวของหนังสือ “สี จิ้น ผิง ยุทธศาสตร์การบริหารประเทศ” ยิ่งมากเพียงนั้น
เหตุผล 1 เป็นเพราะชื่อของ สี จิ้น ผิง
ขณะเดียวกัน เหตุผล 1 เพราะ สี จิ้น ผิง คือ ประธานาธิบดีของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน และดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน
ความหมายก็คือ เป็นผู้นำของประเทศ “จีน”
ความหมายก็คือ เป็นผู้นำของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่ครองอำนาจในจีนนับแต่เดือนตุลาคม 2492 เป็นต้นมา
บทบาทของจีนสำคัญอย่างไร บทบาทของ สี จิ้น ผิง ก็สำคัญอย่างนั้น
คำพังเพยที่ว่าเพียงคนจีนจามโลกก็จะต้องตกตะลึง สะท้อนให้เห็นบทบาทและความหมายของจีนในทางสากล เพราะพื้นฐานของประเทศจีนคือประชากรมากกว่า 1,300 ล้านคน
เห็นหรือยังว่าทำไมสายตาจึงจ้องมองไปยัง สี จิ้น ผิง
หนังสือเล่มนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “สี จิ้น ผิง ยุทธศาสตร์การบริหารประเทศ” เมื่อมาจากประธานาธิบดีจีน เมื่อมาจากเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน จึงต้องให้ความสนใจ
หากอยากรู้จัก สี จิ้น ผิง ก็ต้องอ่านจากหนังสือนี้
ยิ่งกว่านั้น หากต้องการรู้จักประเทศจีนว่ามียุทธศาสตร์อย่างไรในการพัฒนาประเทศ ก็ต้องอ่านจากหนังสือนี้
เพราะนี่มิได้เป็นเพียงคำปราศรัย สุนทรพจน์ หรือคำสัมภาษณ์
หากที่ทรงความหมายเป็นอย่างสูงยังเป็นรายงานอย่างที่เรียกว่า “รายงานการเมือง” ซึ่ง สี จิ้น ผิง นำเสนอต่างกรรมต่างวาระ ในฐานะตัวแทนของประชาชาติจีน ในฐานะตัวแทนแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน ในการปฏิบัติเพื่อให้บรรลุสังคมนิยมอย่างมีเอกลักษณ์จีน
ทำความฝันอย่างที่เรียกว่า “ความฝันจีน” ให้ปรากฏเป็นจริง
การบริหารประเทศโดยพรรคคอมมิวนิสต์ไม่ว่าประเทศใดจะมีระบบหรือวิถีดำเนินไปอย่างเป็นพิเศษต่างไปจากโดยพรรคการเมืองอื่น
ไม่ว่าในสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าในประเทศไทย
นั่นก็คือ กระบวนการบริหารแม้จะกระทำในฐานะประธานาธิบดี ในฐานะนายกรัฐมนตรี แต่ก็กระทำภายใต้การตระเตรียมอย่างเป็นระบบโดย “พรรค”
ตัวบุคคลจึงเสมอเป็นเพียง “ตัวแทน” ของ “พรรค”
นั่นก็คือ ต้องดำเนินไปภายใต้ระเบียบการพรรค ต้องดำเนินไปภายใต้มติของพรรคอันมาจากคณะกรรมการกลาง และส่งผ่าน “คณะกรมการเมือง”
หนังสือ “สี จิ้น ผิง ยุทธศาสตร์การบริหารประเทศ” จึงเป็นของจริง
น่ายินดีที่สำนักพิมพ์ภาษาต่างประเทศแห่งจีนให้ความไว้วางใจต่อ “สำนักพิมพ์มติชน” อย่างเป็นพิเศษ
การแปลและเรียบเรียงจากภาษาจีนมาเป็นภาษาไทยเป็นความรับผิดชอบของ “สำนักพิมพ์มติชน” โดยผ่านการรับรองจาก “สำนักพิมพ์ภาษาต่างประเทศ” ของจีนอย่างเป็นทางการ
นี่คือการทำงานร่วมกันระหว่าง 2 สำนักพิมพ์ระหว่างประเทศ