วิเคราะห์การเมือง
งานมหกรรมหนังสือแห่งชาติเปิดขึ้นอย่างเป็นทางการมาแล้วนับแต่วันที่ 13 ตุลาคม เป็นต้นมา นี่เป็นจังหวะก้าวอันทรงความหมายยิ่งของแวดวง “หนังสือ”
เท่ากับยืนยันการดำรงอยู่ของ “การเขียน”
เพราะหากไม่มี “การเขียน” ก็ย่อมไม่มีการพิมพ์ ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบใด โดย “สื่อกระดาษ” หรือโดย “สื่อกระจก”
แต่ในขั้นสุดท้ายก็คือ “หนังสือ”
การที่สำนักพิมพ์ทั้งของภาคราชการ ทั้งของภาคเอกชน ร่วมมือกันจัด “สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ” จึงเป็นกิติกรรมประกาศอย่างเป็นรูปธรรม
นั่นก็คือ วัฒนธรรมในการเขียนหนังสือยังมี “ชีวิต”
แม้ชะตากรรมของ “บางกอก” จะเป็นเรื่องเศร้า แม้ชะตากรรมของ “สกุลไทย” ตลอดจน “พลอยแกมเพชร” จะเป็นเรื่องที่เรียกร้องความอาวรณ์ ถวิลหา
แต่ชีวิตแห่ง “การเขียน” ชีวิตแห่ง “หนังสือ” ก็ยังคงมีความเคลื่อนไหว
ระยะหลังๆ มีข่าวและข้อมูลในเชิง “ร้าย” ต่อวงการนักเขียน ต่อวงการหนังสือ ทยอยกันแสดงตัวระลอกแล้ว ระลอกเล่า
อย่างเช่นที่ว่า คนไทยอ่านหนังสือเพียงคนละ 8 บรรทัด
อย่างเช่นที่ว่า วัฒนธรรมการอ่านได้ถดถอยและโรยราลงเป็นลำดับ เพราะถูกสื่ออื่นลากดึงไป ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์
หรือแม้กระทั่งการแสดงตัวของ “สื่อกระจก” อย่างอึกทึก ครึกโครม
เหมือนกับจะถึงยุคเสื่อมทรุดและตกต่ำของธุรกิจหนังสือ อันมีผลสะเทือนอย่างลึกซึ้งไปยังแวดวงของคนเขียนหนังสือ แต่หากสำรวจนิตยสาร สำรวจหนังสือที่ได้รับการตีพิมพ์ออกมาในแต่ละปี จะยืนยันว่าทุกอย่างยังคงเคลื่อนไหวและดำเนินไป
ทั้งยังดำเนินอย่าง “หลากหลาย” ในแง่มุมแปลกๆ ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น
เสียงร้องอาจจะมาจากกวี อาจมาจากนักเขียน นักประพันธ์ อย่างเป็นด้านหลัก เพราะว่าหนังสือประเภทกวีนิพนธ์ เรื่องสั้น มีตีพิมพ์ออกมาด้วยจำนวนอันน้อยนิด
ทั้งๆ ที่น้อยนิดอยู่แล้ว ยังขายได้ไม่มาก
แต่ถามว่าความสนใจในมิติอื่นๆ ยังดำรงคงอยู่หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องในด้านความรู้เฉพาะส่วน เฉพาะทาง ล้วนยังปรากฏบนแผงอย่างไม่ขาดสาย
ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง “หุ้น” ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง “สุขภาพ”
ยิ่งกว่านั้น ด้านหนึ่ง นักเขียนเก่าๆ เริ่มวางมือและถอยออกไป คนแล้วคนเล่า ขณะเดียวกัน ด้านหนึ่งนักเขียนใหม่ๆ คนหนุ่มสาวก็เสนอตัวเข้ามา คนแล้วคนเล่า
ไม่ว่าจะเป็นคนอย่าง “นิ้วกลม” ไม่ว่าจะเป็นคนอย่าง “หนุ่มเมืองจันท์”
การมองเรื่องราวในแวดวงวรรณกรรม ในแวดวงหนังสือ จึงต้องมองตามสภาพความเป็นจริงที่ดำรงอยู่
1 ต้องเข้าใจในเรื่องของยุคสมัย จึงจะเข้าใจในเรื่องของคน ยิ่งกว่านั้น 1 ต้องเข้าใจในการพัฒนาต่อเนื่องอย่างไม่ขาดสายซึ่ง “เทคโนโลยี” หรือ “พลังผลิต” มีบทบาทอย่างสำคัญ
ความเข้าใจนั้นเองจะช่วยให้ “ปรับตัว” ได้อย่างเหมาะสมกับยุค