คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
ไวรัส สะเทือน – การเข้ามาของไวรัส โควิด-19 รอบที่ 2 รุนแรงและล้ำลึกยิ่งต่อสังคมไทย
เนื่องจากเป็นการเข้ามาโดยที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีเครื่องมือแห่งอำนาจผ่านพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
ประกาศและบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563
สะท้อนให้เห็นว่าถึงแม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะสะสมอำนาจมาตั้งแต่รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 และมีเครื่องมือใหม่มาเสริมต่อเนื่องมาจนถึงเดือนมกราคม
ก็ไม่สามารถสกัด “ไวรัส” ให้ยอมจำนนได้
ยิ่งกว่านั้น ด้วยพลานุภาพแห่งไวรัสโควิด-19 ยังทะลวงลงไปอย่างกว้างขวาง
เนื่องจากจุดแรกที่ก่อให้เกิดการแพร่กระจายขยายตัวไปคือตลาดกลางกุ้งแห่งจังหวัดสมุทรสาคร อันอุดมไปด้วยแรงงานข้ามชาติอันมาจากประเทศเมียนมา
ปมแห่งแรงงานข้ามชาติก็กลายมาเป็นประเด็น “ร้อน”
คำถามที่ตามมาก็คือ แรงงานเรือนแสนที่กระจายกันอยู่ในจังหวัดสมุทรสาครนั้นมีที่เข้ามาอย่างถูกต้องจำนวนหนึ่ง แต่จำนวนส่วนข้างมากกลับไม่ถูกกฎหมาย
เป็นคำถามถึงรัฐบาล เป็นคำถามถึง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ขณะที่กรณีของ “แรงงานข้ามชาติ” ยังไม่จบ กรณีของ “บ่อน” การพนันก็โถมซัดเข้ามา
เพราะว่าเมื่อมีการระบุว่า การแพร่ขยายของไวรัสโควิด-19 ที่จังหวัดระยองนั้นต้นตอมาจากการลอบเล่นการพนันซึ่งมีขึ้นอย่างเป็นปกติยิ่งในพื้นที่
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาปฏิเสธว่า “ไม่มีบ่อน”
คำปฏิเสธนี้ไม่เพียงแต่ชาวบ้านจะไม่เชื่อ หากแต่ในที่สุดก็ก่อให้เกิดการย้ายตำรวจระดับนายพล ไม่ว่าจะเป็นที่ระยอง ไม่ว่าจะเป็นที่ชลบุรี จันทบุรี ไม่ว่าจะเป็นที่ตราด
กลายเป็นเรื่องที่ “ตำรวจ” เองก็ตกอยู่ในสถานะถูกรุกอย่างหนักหน่วง
ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง “บ่อน” ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง “แรงงานข้ามชาติ” ล้วนสัมพันธ์กับกลไกรัฐ
เป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงการหละหลวม ละเลย เป็นภาพฟ้องให้เห็นการเรียกหาผลประโยชน์จากการทุจริต คอร์รัปชั่นอันกลายเป็นเรื่องธรรมดาอย่างปกติภายในระบบราชการ
สถานการณ์กระหน่ำเข้าใส่ “รัฐราชการรวมศูนย์” โดยอัตโนมัติ