คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง

พลังลับ การเมือง – เหมือนกับการปรับครม.จะเป็นเรื่องพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์

เพราะว่า นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มาจากพรรคพลังประชารัฐ เพราะว่า นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมก็เช่นเดียวกัน

มีเพียง นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมที่มาจากพรรคประชาธิปัตย์

ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมจึงเป็นของพรรคประชาธิปัตย์ ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจึงเป็นของพลังประชารัฐ

เรื่องนี้ไม่น่าจะเกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทย

กระนั้น การเปลี่ยนแปลงภายในของพรรคภูมิใจไทยก็ไม่ควรมองข้าม

ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 พรรคภูมิใจไทยได้รับเลือกทั้ง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และส.ส.ระบบเขต รวมทั้งสิ้น 52 คน

แต่จากเดือนมีนาคม 2562 มาถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ก็มีการเปลี่ยนแปลง

นั่นก็คือ จำนวน ส.ส.ในสังกัดพรรคภูมิใจไทยเพิ่มขึ้นจาก 52 เป็น 61 คน ในจำนวนนั้นส่วนสำคัญรับรู้กันว่าเป็น ส.ส.งูเห่าจากพรรคอนาคตใหม่ที่ทยอยกันเข้ามาอยู่

และมีแนวโน้มว่าอาจจะมาอีก 4 รวมเป็น 65 ส.ส.

การจัดสรรตำแหน่งทางการเมืองใน “คณะรัฐมนตรี” มีพื้นฐานจาก จำนวน ส.ส.

นี่เป็นข้อตกลงเมื่อเดือนมิถุนายน 2562 เมื่อทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยเห็นชอบในการขานชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี

พื้นฐานพรรคประชาธิปัตย์มี 52 พรรคภูมิใจไทยมี 51

ขณะที่ความเป็นจริงนับแต่วันพิพากษาเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2564 พรรคพลังประชาธิปัตย์จะต้อง สูญเสีย ส.ส.ไป 1 เหลือเพียง 51 โดยพรรคภูมิใจไทยมี ส.ส. 61 และอาจเพิ่มเป็น 65

เมื่อสัดส่วนของส.ส.เป็นเช่นนี้ สมการก็ย่อมต้องเปลี่ยน

คําถามอยู่ที่พรรคภูมิใจไทยว่าต้องการเข้าไปมีบทบาทในการปรับครม.หรือไม่

ต้องการรุกคืบเพื่อแสดงความเหนือกว่า 51 เสียงของพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ ต้องการเบียดแทรกเข้าไปในพรรคพลังประชารัฐด้วยจำนวน 65 ที่มีอยู่ในมือหรือไม่

แสงแห่งสปอตไลต์จึงฉายจับไปยัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน