จังหวะก้าวของพรรคภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทย ดำเนินไปในลักษณะ “ทับรอย”

ไม่เพียงจะสัมผัสได้จากการเปิดตัวอย่างอึกทึกครึกโครมของพรรคภูมิใจไทยที่ศรีสะเกษผ่านการ ดูดคนจากตระกูล “แซ่จึง” เข้าไปอย่างอาจหาญ

ตามมาด้วย “ตีหนู ไล่งูเห่า” จากพรรคเพื่อไทย

ขณะเดียวกัน เมื่อพรรคภูมิใจไทยไปเปิด “อีเวนต์” การเมืองที่พิจิตร ก็ตามมาด้วยการเปิดเวที “ครอบครัวเพื่อไทย” แลนด์สไลด์ที่เชียงใหม่

ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ไม่มีหลีกทางให้กันและกัน

ต้องยอมรับว่า การเมือง “บ้านใหญ่” ยังมากด้วยสีสันในกระบวนการ “เลือกตั้ง”

การขยับขับเคลื่อนของ “บ้านใหญ่” ที่สมุทรปราการ แม้จะมีผลสะเทือนมาจากการดำรงอยู่ของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ในกระทรวงมหาดไทย

แต่ก็ส่งนัยไปยัง “บ้านใหม่” ที่กำลังทะยานในชลบุรี

เพราะคะแนนเสียง 6 เสียงของ ส.ส.สมุทรปราการ มิได้ตีกระทบไปยัง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เท่านั้น หากแต่รวมถึง นายสุชาติ ชมกลิ่น

เท่ากับเป็นการเตือนมิให้รุกเข้ามาใน “ปากน้ำ”

พื้นที่ทางการเมืองของ “พิจิตร” ที่พรรค ภูมิใจไทยรุกเข้าไปก็ทรงความหมายยิ่ง

เพราะที่พรรคภูมิใจไทยดันหลังเป็นคนของ 2 ตระกูลใหญ่ 1 คือตระกูล “ภัทรประสิทธิ์” และ 1 คือ ตระกูล “ขจรประศาสน์”

ขณะที่ตระกูล “แก้วทอง” ก็ยึดครองมาอย่างยาวนาน

ยิ่งกว่านั้น การดำรงอยู่ของตระกูล “เหลืองวิจิตร” โดยมีมืออันแข็งแกร่งและมั่นคงของ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ดันอยู่ข้างหลังก็มิอาจมองข้าม

นี่คือ การเมือง “บ้านใหญ่” อันทรงพลังใน “พิจิตร”

มว่าทำไม “ครอบครัวเพื่อไทย” จึงเปิดคิวที่ 2 โดยพุ่งเป้าไปในพื้นที่ “เชียงใหม่”

นี่เท่ากับเป็นการประกาศอย่างแข็งกร้าวว่า พื้นที่เชียงใหม่เคยเป็นของพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชนมาแล้ว ก็จะต้องเป็นของพรรคเพื่อไทย

เป็นสัญญาณจาก “เพื่อไทย” ไปยัง “ภูมิใจไทย”

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน