กรณีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กำลังกลายเป็น “กรณีศึกษา” อันแหลมคม

เพราะจากสถานการณ์อันเกิดขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 2564 ได้กลายเป็น “เส้นแบ่ง” อันสำคัญในความสัมพันธ์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

นั่นคือ เป็นคู่ขัดแย้งกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์ที่มีอยู่กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เมื่อครั้งอยู่ร่วมกันในพรรคพลังประชารัฐกลับแนบแน่นอย่างเป็นพิเศษ

ถามว่า “บทเรียน” จากกรณีนี้อยู่ตรงไหน

นั่นก็คือ ทั้งๆ ที่ขัดแย้งกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำไมจึงยังยืนระยะอยู่ได้

สถานะของพรรคเศรษฐกิจไทยก็เช่นเดียวกันกับสถานะของพรรคเพื่อไทย เช่นเดียวกับสถานะของพรรคก้าวไกล ทำไมจึงยังมีบทบาท

ทั้งๆ ที่ขัดแย้งกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เด่นชัด

กลายเป็นแบบอย่างในทางการเมืองให้กับพรรคที่เกิดใหม่แม้กระทั่งพรรคสร้างอนาคตไทยก็กล้าอย่างเพียงพอที่จะปฏิเสธ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ต้องหาคำตอบจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

สถานการณ์ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หลังวันที่ 24 สิงหาคม น่าศึกษา วิเคราะห์

การดำรงอยู่ในสถานะ “รักษาการ” นายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สร้างความแตกต่างจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างเด่นชัด

ก่อความหงุดหงิดให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แน่นอน

กระนั้น บทบาทของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ หรือแม้กระทั่ง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

ถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะ “ขยายผล” หรือไม่

จากนี้จึงเห็นความสัมพันธ์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

การรักษา “สายสัมพันธ์” ระหว่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ต่างหากที่ก่อให้เกิด “พลัง” และสร้าง “พลานุภาพ” ได้

ระหว่าง “พลังประชารัฐ” กับ “เศรษฐกิจไทย”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน