ภาพการเมืองที่จังหวัดร้อยเอ็ดกำลังส่ง “สัญญาณ” อันแหลมคมทางการเมือง

เมื่อไม่เพียงแต่จะเห็นการปรากฏตัวของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประสานกับคำปราศรัยอันเข้มข้นจาก นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เท่านั้น

หากคลื่นแห่ง “มวลชน” ที่ไหลบ่าเข้าร่วมก็เด่นชัด

เด่นชัดว่าชัยชนะในการเลือกตั้งจะเป็นของ นายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ผู้สมัครหมายเลข 2 จากพรรคเพื่อไทยอย่างไม่ต้องสงสัย

แรงกระเพื่อมนี้มี “ผลสะเทือน” อย่างลึกซึ้ง

 

แน่นอน ผลสะเทือนอย่างไพศาลคือสัญญาณอันบ่งชี้ถึงแนวโน้ม “แลนด์สไลด์”

กระนั้น ภายในกระแส “แลนด์สไลด์” จากพรรคเพื่อไทยที่นำโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประสานกับ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ครั้งนี้ใหญ่หลวง

เหมือนกับเหยื่อเฉพาะหน้าคือ นางจุรีพร สินธุไพร

แต่ที่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด ยังมี นางรัชนี พลซื่อ อันเป็นตัวเลือกหนึ่งซึ่งผลักดันโดย นายเอกภาพ พลซื่อ อย่างแข็งขัน

แนวต้านจาก “พลังประชารัฐ” ล้มระเนนเอนราบ

 

ต้องยอมรับว่าการต่อสู้ในสมรภูมิอบจ.ร้อยเอ็ดครั้งนี้ดำเนินไปในลักษณะ “ตัวแทน”

ทุกเครือข่ายและความสัมพันธ์ไม่ว่าจะมองผ่าน นางจุรีพร สินธุไพร ไม่ว่าจะมองผ่าน นางรัชนี พลซื่อ ล้วนไม่อาจหลบรอดจากการรุกจากพรรคเพื่อไทย

ทั้งหมดนี้เป็นเครือข่ายแห่งอำนาจ “รัฐประหาร”

ความหมายก็คือ แรงสะเทือนส่งถึงพรรคพลังประชารัฐ แรงสะเทือนส่งถึงรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 อย่างมิอาจหลบเลี่ยง

แม้กระทั่ง นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ก็ไม่เว้น

 

ความฮึกห้าวเหิมหาญจากทีมงานของ นายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ เป็น “ตัวอย่าง”

ยืนยันว่าพื้นฐานของพรรคเพื่อไทยอันสืบทอดและต่อเนื่องจากความสำเร็จของพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน นั้นเป็นของจริง

ของจริงนี้แปรเป็น “คะแนนเสียง” อย่างเป็นรูปธรรม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน