จังหวะการเมืองระยะหลังจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็น “ซอฟต์ เพาเวอร์”
แม้จะเดินทางไปในนาม “รองนายกรัฐมนตรี” และอยู่ภายใต้การเล่นบท “ตรวจราชการ” แต่เมื่ออยู่ท่ามกลางการต้อนรับของ “ประชาชน”
ก็พร้อมที่จะ “รำวง” ก็พร้อมที่จะ “โอบกอด”
ยิ่งเมื่อสวมแจ๊กเกตฟีลด์ไปเยือนเยาวราชในห้วงตรุษจีน ยิ่งเมื่อสวมแจ๊กเกตฟีลด์เล่นบท “พระยาน้อย” เดินตลาดอ.ต.ก. ยิ่งนุ่มเนียนจับตา
เช่นเดียวกับการพบคนออกกำลังกายที่ “สวนลุมฯ”
แต่ละจังหวะก้าว แต่ละภาพ ย่อมนำไปสู่การเทียบกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เหมือนกับการเปิดตัวที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์จะเป็น “มาดใหม่” เหมือนกับการขึ้นปราศรัยบนเวทีที่ชุมพรจะเป็น “มาดใหม่”
แต่เทียบกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ห่างไกล
ห่างไกลเพราะว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังสวมบทเดิมในแบบ “คุณพ่อรู้ดี” สอนสั่งไปโดยรอบ พร้อมจะแย้งและดุอีกฝ่ายทันควัน
แต่อาการอย่างนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่มี
นับแต่เดินสายทางการเมือง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ปรับ “ลุกส์” อย่างแท้จริง
เป็น “ลุกส์” ที่ไม่ต้องมีคนพยุงและโอบประคอง เป็น “ลุกส์” ที่นุ่งยีนส์ ใส่รองเท้ายาง สวมแจ๊กเกตฟีลด์อย่างสมกับคนวัย 70
ไม่ฝืนแต่กลมกลืนไปกับสภาพโดยรอบ
ไม่ว่าจะเป็นที่เยาวราช ไม่ว่าจะเป็นที่ราชบุรี ไม่ว่าจะเป็นที่ตลาดอ.ต.ก. ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่ออกกำลังกายยามเช้าที่สวนลุมฯ
สัมพันธ์กับ “มวลชน” อย่างเป็นกันเอง
ถามว่าเป้าหมายในการปรับเปลี่ยนของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อยู่ที่ใด
อาจเป็นเพื่อเข้าสู่ตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี คนที่ 30” อาจเพื่อให้เห็นความกระฉับกระเฉงในการก้าวข้ามความขัดแย้ง
แต่ก็เป็นธรรมชาติกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา