ไม่ว่าพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าพรรคภูมิใจไทย ต่างอยู่ในระยะแห่งการ “ฟอกตัว”

หากมองจากพรรคพลังประชารัฐก็จะรับรู้ในคำประกาศว่าด้วย “ก้าวข้าม” ความขัดแย้ง เดินไปสู่หนทางแห่งความปรองดอง

ตัด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกไป

หากมองจากพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าพรรค ไม่ว่าจะเป็นครูใหญ่ ต่างออกมายืนยันเป็นเสียงเดียวกันไม่มี “อะไร” กับ “คนแดนไกล”

นี่ย่อมเป็น “สัญญาณ” ใหม่ในทาง “การเมือง”

สัญญาณนี้เดินหน้าบนฐานแห่งความปรารถนาความสงบความนิ่งทางการเมือง

ยังเป็นแนวทางเดียวกับที่เคยยึดมั่นหลังรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 ยังเป็นแนวทางเดียวกับที่เคยยึดมั่นหลังการเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2562

เพียงแต่ไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ในสมการ

เพียงแต่เป็นการตระเตรียมต่อการยอมรับผลการเลือกตั้งว่าพรรคเพื่อไทยมาเป็นอันดับ 1 อย่างแน่นอน และนี่คือ “ปัจจัย” ที่ยากยิ่งที่จะหลีกเลี่ยง

ไม่ว่าพลังประชารัฐ ไม่ว่าภูมิใจไทย

ยิ่งแนวทางของพรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ แน่วแน่ ยิ่งสร้างความหนักใจ

เป็นความหนักใจของพรรคเพื่อไทย เป็นความหนักใจของบรรดา “แฟนานุแฟน” ของพรรคเพื่อไทยว่าจะสามารถยอมรับได้เพียงใด

หากจำเป็นต้องตัด “ก้าวไกล” ออกไปจากวงจร

หากการจับมือระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคพลังประชารัฐเกิดขึ้นเมื่อใด นั่นหมายถึงสิ่งที่เรียกว่า “แนวประชาธิปไตย” ก็พังทลายลง

ทุกคนรอว่าพรรคเพื่อไทยจะ “อธิบาย” อย่างไร

บทสรุปในเชิงคาดการณ์ไม่ว่าจะจาก “ธนาธร” ไม่ว่าจะจาก “ปิยบุตร” จึงคมกริบ

จึงไม่เพียงแต่พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทยจะอยู่ในทางเลือกสำคัญ หากแม้กระทั่งพรรคเพื่อไทยก็ต้องครุ่นคิดหนักหน่วงจริงจัง

ทั้งหมดนี้ย่อมชี้ “แนวโน้ม” และ “ทิศทาง” ของการเมือง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน