สายตาที่ทอดมองต่อ “ข้อตกลงร่วม” หรือ MOU มากด้วยความหลากหลาย
มีจำนวนไม่น้อยมองเห็นเป็นเรื่อง “ไร้สาระ” แทบไม่มี “ความหมาย” อะไรเลยในทางการเมืองเป็นเหมือน “เรื่องเล่นๆ” ของเด็กๆ ไร้เดียงสา
เพราะเคยเห็น “ตัวอย่าง” มาแล้วใน “อดีต”
เป็นอดีตที่พรรคชาติพัฒนาโดย พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ทำ “สัตยาบัน” ร่วมกับพรรคกิจสังคมโดย นายมนตรี พงษ์พานิช แล้วก็ฉีกทิ้ง
เมื่อพรรคก้าวไกลผลักดันจึงก่อให้เกิดเสียงหัวร่อ
ยิ่งกว่านั้น ภายในเสียงหัวร่อหยามหยันก็มองว่าพรรคก้าวไกลเสียรู้ หลงกล
ตรงกันข้าม พรรคการเมืองอื่นกลับฉวยโอกาสจากจังหวะก้าวในการลงนามผ่าน “ข้อตกลงร่วม” มาเป็นเครื่องมือชิงประโยชน์ได้มากกว่า
อย่างน้อยก็ทำให้ เวลา 16.30 น. ต้องคลาดเคลื่อน
อย่างน้อยในช่วง 1 ชั่วโมงสุดท้ายนี้เองได้มีการ “ยื่นคำขาด” ทำให้พรรคก้าวไกลจำต้องเปลี่ยน “เนื้อความ” จนกลายเป็น “บ่วง” ในทางการเมือง
จึงสะท้อน “ความไร้เดียงสา” ในทางการเมืองเด่นชัด
กระนั้น หากตรวจวิถีแห่ง “ข้อตกลงร่วม” อย่างจริงจังก็จะสัมผัสได้ในอีกด้านหนึ่ง
เป็นด้านที่ “ข้อตกลงร่วม” ได้กลายเป็นดั่ง “หินลองทอง” อันคมแหลม ตรวจสอบและเปลือยธาตุแท้ของบางพรรคการเมืองได้อย่างล่อนจ้อน
พลันที่ประสบเข้ากับข้อเสนอ MOU ในลักษณะ “ก้าวหน้า”
จากนั้น ก็ปรากฏมุมที่เคยซ่อนเร้นแต่มิอาจงำประกายเอาไว้ได้ต้องสำแดงตัวตนออกมาผ่านความปรารถนาในตำแหน่ง “ประธานสภา”
แล้วก็โยงสายยาวไปยัง “ตำแหน่ง” รัฐมนตรี
สถานการณ์และความต่อเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม จึงเท่ากับเป็นคำตอบ
เป็นคำตอบว่า นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ยึดมั่นในหลักการอย่างไร เป็นคำตอบว่า น.ต.ศิธา ทิวารี กำลังเล่นบทหัวหมู่ทะลวงฟัน
วัดใจ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ออกมาจะจะ