ทำไมพรรคก้าวไกลจึงต้อง “เดินสาย” แสดงความ “ขอบคุณ” ต่อประชาชนต่อเนื่อง
เริ่มจากการตั้งต้นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แล้วค่อยๆ เคลื่อนขบวนไปปักหลักอยู่ ณ ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
เพราะคนกรุงเทพมหานครเลือกมา 32 จาก 33 เขต
จากนั้น พรรคก้าวไกลก็เลือกไปยังระยอง ไปยังชลบุรี ไปยังตลาดนกฮูก นนทบุรี และไปยังภูเก็ต ที่พรรคก้าวไกลได้รับเลือกยกจังหวัด
ถามว่าแล้วเสียงตอบรับจากแต่ละจุดเป็นอย่างไร
ต้องยอมรับว่าชัยชนะของพรรคก้าวไกลดำเนินไปอย่างชนิด “ก้าวกระโดด”
จากจำนวน 81 เสียงในการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 ด้านหลักยังเป็นระบบบัญชีรายชื่อ ด้านรองยังเป็นระบบเขต
และก็มิได้ดำเนินไปในลักษณะ “ทั่วประเทศ”
ตรงกันข้าม ในการเลือกตั้งเดือนพฤษภาคม 2566 พรรคเพื่อไทยได้ระบบบัญชีรายชื่ออันดับ 1 และได้ระบบเขตในลักษณะจากทุกภาคส่วน
ไม่น่าเชื่อว่าเพียง 4 ปีจะเติบใหญ่ได้ระดับนี้
ความน่าสนใจอยู่ที่ “กระแส” ต่อพรรคก้าวไกลยังทะยานขึ้นสู่กระแส “สูง” เด่น
ท่ามกลางความเพียรอย่างเต็มเรี่ยวแรงที่จะหาทางสกัดขัดขวางมิให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ก้าวไปสู่ตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี”
ไม่ว่าจะด้วยการมาของ “เสื้อเหลือง”
ไม่ว่าจะด้วยการโยนคดีความและกล่าวหาตั้งแต่เรื่องเล็กไปจนถึงเรื่องใหญ่ ด้วยทฤษฎี “สมคบคิด” อันมากด้วยความซับซ้อน ซ่อนเงื่อน
แต่ “กระแส” ของพรรคก้าวไกลก็ยังสูงเด่นเป็นสง่า
ลักษณะเด่นอย่างหนึ่งของพรรคก้าวไกลหากมองจาก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์
ชัดเจนว่าเปี่ยมด้วยความพร้อมที่จะเผชิญศึกด้วย “รอยยิ้ม” ทอดตนเป็น “คนรับใช้” ไม่ว่าในพื้นที่ “สุราก้าวหน้า” ไม่ว่าในพื้นที่ “ผ้าย้อมคราม” จากชุมชน
ร่าเริงในการเผชิญเหตุ พร้อมอย่างเต็มเปี่ยมในการศึก