ทำไมกรณี เทย์เลอร์ สวิฟต์ จึงต้องเป็นบทบาทของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์
ทำไมจึงไม่เป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำไมจึงไม่เป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ทำไมจึงไม่เป็น นายกรณ์ จาติกวณิช
นี่มิได้เป็นเรื่องของ “รากฐาน” นี่มิได้เป็นเรื่องของ “ภูมิหลัง”
เด่นชัดอย่างยิ่งว่าเป็นเรื่องของ “ยุคสมัย” เด่นชัดอย่างยิ่งว่าเป็นเรื่องของความเข้าใจ เป็นเรื่องของการไต่ไปกับยอดคลื่นแห่ง “เทรนด์”
เป็นเอกลักษณ์ ของเอกบุรุษแบบ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์
ยากเป็นอย่างยิ่งที่นายทหารอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะลงมือ “ทำ”
อาจเป็นเพราะการเลื่อน “คอนเสิร์ต” ของ เทย์เลอร์ สวิฟต์ เมื่อ 9 กว่าปีก่อนสัมพันธ์กับสถานการณ์เดือนพฤษภาคม 2557
ทั้งสองจึงอยู่ในสถานะแห่ง “คู่ความขัดแย้ง”
แต่เหตุผลที่มากกว่านั้นก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เติบโตมาในบรรยากาศแห่ง “เพลงมาร์ช” มิใช่เพลง “ป๊อป”
จึงไม่คิดว่า “เพลงป๊อป” ก็เป็น “อาวุธ” หนึ่ง
แท้จริงแล้ว ชื่อของ เทย์เลอร์ สวิฟต์ ดำรงอยู่อย่างเป็น “ซอฟต์เพาเวอร์”
การโพสต์ข้อความของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จึงไม่เพียงแต่เป็นการไต่ไปบนยอดคลื่นแห่งความนิยมของ เทย์เลอร์ สวิฟต์ บนเวทีโลกเท่านั้น
ที่สำคัญก็คือ ใช้ เทย์เลอร์ สวิฟต์ มาเป็น “เครื่องมือ”
1 เป็นเครื่องมือในการฟื้นรำลึกถึง “รัฐประหาร” ขณะเดียวกัน 1 เป็นเครื่องมือในการจัดระบบความคิด และกลุ่มฝ่ายในทางการเมือง
เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังการโพสต์ก็ได้คำตอบ
ในที่สุด ชื่อของ เทย์เลอร์ สวิฟต์ ก็ดำรงอยู่เหมือนกับเป็น “ขีปนาวุธ” ร้อนแรง
สร้างจุดต่างระหว่าง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่เพียงแต่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หากแม้กระทั่งกับนักการเมือง “รุ่นใหม่” ด้วยกัน
เป็นสีสันในห้วงแห่งการเลือก “นายกรัฐมนตรี”