หากมองในแง่ “ปริมาณ” ภาพอันปรากฏผ่าน #พร้อม เด่นชัดว่าไม่มากเท่าใดนัก
กระนั้น เมื่อคำนึงถึงสภาพความเป็นจริงที่แวดล้อมโดยเฉพาะอย่างยิ่งสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสายก็ถือว่าไม่ธรรมดา
การยืนหยัดอยู่ท่ามกลาง “สายฝน” นับว่าเด่นชัด
ขณะเดียวกัน เมื่อมองลงไปภายในแต่ละรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการแปรอักษร ประสานกับการซักซ้อมหากมีการเดินขบวนบนท้องถนนก็ตรึงตรา
กลายเป็น “ภาพ” ปรากฏเป็น “ข่าว”
ถามว่าเมื่อติดตามแต่ละจังหวะก้าวของ #พร้อม สัมผัสได้ในความเป็นจริงแบบไหน
ประการแรกสุด สัมผัสได้ในภาพที่เคยเห็นอย่างอึกทึกครึกโครมในปี 2563 จากบทบาท “เยาวชนปลดแอก” และ “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม”
และที่โดดเด่นที่สุดย่อมเป็น “คณะราษฎร 2563”
ประการต่อมา สัมผัสได้ในบทเรียนและความจัดเจนของการเคลื่อนไหวในห้วงหลังรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 ต่อเนื่องจนถึง “นปช.” ในปี 2553
นี่คือรากฐานอันเป็นที่มาแห่ง #พร้อม
ต้องยอมรับว่าแนวทางของ #พร้อม มีความแจ่มชัดในลักษณะเป็นการ “ปักธง”
เป็นความแจ่มชัดบนฐานแห่งความเป็นจริงจาก “การเลือกตั้ง” เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่า “เจตจำนงร่วม” ของประชาชนคืออะไร
ผ่านคะแนนของพรรคก้าวไกล ผ่านคะแนนของพรรคเพื่อไทย
นั่นก็คือ เจตจำนงร่วมที่ประชาชนต้องการเห็นการผนึกพลังระหว่างพรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทยเพื่อบรรลุสู่เป้าหมายในการปิดสวิตช์ “3 ป.”
ถามว่าเจตจำนง “ร่วม” นี้จะ “จุดติด” หรือไม่
จากคำประกาศของ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ก็มีความชัดเจนจาก #พร้อม
นั่นก็คือ การเคลื่อนไหวเพื่อแสดงความ #พร้อม มิได้มีเพียง 1 ครั้งแล้วก็เลิกราปล่อยให้เป็นภาระของกลุ่มอื่นขับเคลื่อนต่อไป
ตรงกันข้าม ต้องการมี #พร้อม ครั้งที่ 2 และครั้งต่อไป