หากมองจากมุม “รุ่นทะลุ” การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทยเป็นเรื่องที่รับไม่ได้
ที่รับไม่ได้เพราะมีความรู้สึก “ร่วม” โดยพื้นฐานว่า การเป็นพันธมิตรระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลเป็นความงดงาม
เป็นความงดงามภายใต้ร่มธง “ประชาธิปไตย” โบกสะบัด
การที่พรรคเพื่อไทยตัดสินใจ “แยกตัว” ออกจากการเป็นพันธมิตรกับพรรคก้าวไกลจึงเป็นเรื่องที่มิอาจยอมรับได้ด้วยความสุกงอม
ปฏิกิริยาระดับ “ทะลุ” จึงปรากฏขึ้นต่อพรรคเพื่อไทย
กระนั้น หากมองจากด้านของพรรคเพื่อไทยทุกการตัดสินใจล้วนเปี่ยมด้วยเหตุผล
ขอให้สังเกตอากัปกิริยาของ “อาจารย์หญิง” ที่ออกมายืน “ต้อนรับ” ต่อความกราดเกรี้ยวอันปะทุและ “ทะลุ” ออกมาจากมวลชน
ดำเนินไปในลักษณะ “ขวางคิ้ว” แบบ “เย็นชาเฉย”
ไม่ว่าจะมองในด้านอันเป็น “โฆษกพรรค” ไม่ว่าจะมองในด้านอันเคยเป็น “นักวิชาการ” ไม่ว่าจะมองในด้านอันเคยเป็น “คอมเมนเตเตอร์”
นี่คือปฏิกิริยา นี่คือคำตอบในทางการเมือง
ทุกอย่างอันมาจากพลังแห่ง “การทะลุ” ปฏิกิริยาอันมาจากในพรรคเพื่อไทย
เมื่อยืนมองจากมุมที่ต่างกัน ก็ย่อมจะเห็นภาพไม่เหมือนกัน บทสรุปอันก่อรูปเป็นความคิดก็มีโอกาสสวนทางอย่างชนิดตรงกันข้าม
ต่อกระบวนการตัดสินใจของพรรคเพื่อไทย
ท่าทีของเหล่า “ทะลุ” ทั้งหลายอาจรุนแรง ก้าวร้าว แต่ก็สามารถอธิบายได้ ท่าทีของ “เพื่อไทย” อาจแสลงหูขัดตา แต่ก็มิได้ไม่มีคำอธิบายตามมา
กาลเวลาคือคำตอบ การปฏิบัติคือคำตอบ
กล่าวสำหรับบรรดา “ทะลุ” อันมากด้วยความจริงใจย่อมเกิด “บทเรียน” ตามมา
เป็นบทเรียนจากแต่ละจังหวะก้าวภายใต้ความชัดเจนของพรรคเพื่อไทยว่าจะดำเนินไปอย่างไร ตรงกับความคาดคิดของ “ทะลุ” หรือไม่
จำเป็นต้องรอคอย จำเป็นต้องติดตาม