วิเคราะห์การเมือง
ระหว่างบทสรุปต่อปัญหา “ราคาข้าว” เสื่อมทรุด ตกต่ำว่ามีสาเหตุมาจากอะไร กับ “มาตรการ” ที่รัฐบาลดำเนินการช่วยเหลือชาวนา
ดำเนินไปในลักษณะ “ย้อนแย้ง”
ย้อนแย้งไม่เพียงเพราะว่า สาเหตุที่ราคาข้าวเปลือกโดยเฉพาะหอมมะลิ เสื่อมทรุดและตกต่ำกระทั่งมีการเปรียบเปรยว่า “โลละ 5 บาท” มาจาก 1 นักการเมือง สมคบและร่วมมือกับ 1 โรงสี
ทุบ “ราคา” เพื่อสร้างสถานการณ์
หากในอีกด้านหนึ่ง ไม่เพียงแต่ในที่สุดแล้วรัฐบาลจำเป็นต้องออกมาตรการ “จำนำยุ้งฉาง” เพื่อกดดันกลไกตลาดและหวังจะพยุงให้ “ราคา” รับซื้อข้าวให้ดีขึ้น
ขณะเดียวกัน ยังเท่ากับเป็นการยอมรับใน “ฤทธิ์เดช” ของ “พรรคเพื่อไทย”
เท่ากับเป็นการยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยมีเครือข่ายกระทั่ง “สมคบคิด” กับ “โรงสี” ในการปั่นและกดราคาข้าวให้ต่ำหรือให้สูงได้
ทั้งๆ ที่ “ความเป็นจริง” จะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ ก็ยัง “น่าสงสัย”
ความน่าสงสัยมิได้อยู่ที่ว่า พรรคเพื่อไทยจะสามารถ “สมคบคิด” และวางแผนร่วมกับ “โรงสี” ได้อย่างโหดเหี้ยม อำมหิต ถึงเพียงนี้ได้หรือไม่และอย่างไร
เพราะว่าสภาพของ “ราคา” ที่อึกทึกครึกโครมนี้มิได้เล็กๆ น้อยๆ
ตรงกันข้าม ได้เกิดขึ้นในขอบเขตทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นศรีสะเกษ สุรินทร์ อุบลราชธานี ไม่ว่าจะเป็น พิจิตร เชียงใหม่
และที่สำคัญก็คือ ใน สุพรรณบุรี อ่างทอง ชัยนาท
ในจังหวัดอย่างศรีสะเกษ สุรินทร์ อุบลราชธานี หรือในจังหวัดอย่าง พิจิตร เชียงใหม่ อาจทำให้เชื่ออย่างนั้นได้เนื่องจากเป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ อันถือได้ว่าเป็นพื้นที่ที่พรรคเพื่อไทยได้รับความนิยม แต่กล่าวสำหรับในภาคกลางอย่างสุพรรณบุรี อ่างทอง ไม่น่าจะใช่
ตรงกันข้ามเป็นพื้นที่ของพรรคชาติไทยพัฒนามากกว่า
กระนั้น หากว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของการ “ปั่นกระแส” หรือ “สร้างสถานการณ์” มีความจำเป็นอะไรที่รัฐบาลจะต้องขานรับด้วยการออกมาตรการ “จำนำ” มาเพื่อแทรกแซงและพยุงราคา
เพราะนั่นเท่ากับเป็นการยอมรับว่าราคาข้าว “ไม่เสถียร” จริงๆ
หากเห็นว่าความผันแปรเหล่านี้มาจากฝีมือปั่นและสร้างสถานการณ์ในทางการเมืองก็สมควรจะใช้กลไกที่มีอยู่ในมือเข้าไปจัดการ
กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ก็ยังมีอยู่ มิใช่หรือ
ยิ่งกว่านั้น เครือข่ายของกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่ระดับผู้ว่าราชการจังหวัดกระทั่งถึง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็ล้วนอยู่ในความรับผิดชอบอยู่แล้ว มิใช่หรือ
เข้าไปจัดการ ลากเอา “ตัวการ” ออกมา ไม่ดีกว่าหรือ
พลันที่มติของคสช.ก็ออกมาอย่างสอดรับกับบทสรุปของรัฐบาลที่ว่ามีการสร้างในสิ่งที่เรียกว่า “ราคาเทียม”
สายตาของสังคมจึงทอดจับไปยัง “ปฏิบัติการ” ไม่ว่าจะเป็นการสนธิกำลังทหาร กำลังตำรวจและกำลังฝ่ายปกครอง รุกไล่ไปยัง “โรงสี”
ดูสิว่าราคาข้าวเปลือกจะทะยานจาก “โลละ 5 บาท” ขึ้นมาได้หรือไม่