พรรคเพื่อไทยจัดประชุมใหญ่วิสามัญ เลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ แทนน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ลาออกไปเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เพื่อให้ปรับปรุงการบริหารพรรคมีความทันสมัย ตอบโจทย์แก่ประชาชนมากขึ้น ในสถานการณ์ประเทศที่เปลี่ยนแปลง

ที่ประชุมใหญ่ได้เลือกนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ ขึ้นมาทำหน้าที่ด้วยจำนวนเสียง 354 คะแนน และไม่มีผู้ลงแข่งขัน ส่วนเลขาธิการพรรค ได้แก่ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง กลับทำหน้าที่อีกครั้ง

ขณะเดียวกันก็มอบภารกิจด้านการสื่อสารทางการเมืองและกับประชาชนแก่นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ อดีตข้าราชการเมืองไฟแรง เมื่อครั้งนายเศรษฐา ทวีสิน และน.ส.แพทองธาร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ตั้งเป้าหมายเพื่อไปสู่สถาบันทางการเมืองที่แข็งแรง แข็งแกร่ง เติบโตไปกับคนทุกรุ่น พร้อมสร้างนโยบายที่เป็นไปได้ ปฏิบัติได้จริง โดยเชื่อมโยงกับชีวิตของคนทุกกลุ่ม

พรรคเพื่อไทยนั้น สืบสานต่อยอดนโยบายต่อจากพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชนที่ถูกยุบไป แม้ทั้งสองพรรคดังกล่าวจะถูกทำให้อันตรธาน แต่ก็หายไปเฉพาะชื่อเท่านั้น โดยได้รับความนิยมในการเลือกตั้งทุกครั้ง

ตั้งแต่นายทักษิณ ชินวัตร ถูกกองทัพปฏิวัติ พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่พรรคการเมืองในชื่ออื่นที่มีความสัมพันธ์กันก็ประสบความสำเร็จ ได้รับความไว้วางใจเสมอมา ได้เป็นรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง

มีผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาแล้วถึง 5 คน ประกอบด้วย นายสมัคร สุนทรเวช, นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์, น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, นายเศรษฐา ทวีสิน และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร

แต่ทุกคนล้วนประสบวิบากกรรมทางการเมืองทั้งสิ้น นายทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ถูกกองทัพรัฐประหารยึดอำนาจ นายสมัคร, นายสมชาย, นายเศรษฐา และน.ส.แพทองธาร ก็มีอันทำให้พ้นจากตำแหน่งกลางคัน

พรรคเพื่อไทยยุคนี้ ภายใต้การนำของนายจุลพันธ์ จึงทำให้หลายฝ่ายจับตามองว่าจะสามารถนำพาพรรคให้ชนะเลือกตั้ง เพื่อนำนโยบายที่จัดทำไว้แล้วมาสานต่อได้หรือไม่

ล่าสุดหัวหน้าพรรคมั่นใจว่าจะได้รบเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 200 ที่นั่งเพื่อกลับมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งก่อนหน้านี้ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนายการการเลือกตั้งของพรรคก็ประเมินไว้เช่นนั้นเช่นกัน

เมื่อตรวจสอบรายชื่อของคณะกรรมการบริหารพรรคชุดนี้แล้ว เชื่อว่ามีจุดแข็ง เพราะเป็นการผสมผสานกันระหว่างคนรุ่นเก่ากับคนรุ่นใหม่ได้ คาดว่าจะเพิ่มทีมที่ปรึกษาอีกคณะที่มาจากผู้มีประสบการณ์หลากหลายด้าน

เหนือสิ่งอื่นใด จักต้องมีทีมยุทธศาสตร์ที่แข็งแกร่ง ทีมนโยบายที่เฉียบแหลม สามารถประเมินแนวโน้มทางการเมืองได้อย่างถูกต้อง อีกทั้งมุ่งมั่นยืนหยัดพิงกำแพงประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่กินได้จริงๆ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน