คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เชิญตัวแทนหน่วยงาน องค์กร และมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์พื้นที่ป่า เข้าร่วมประชุม
เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ยกเว้นความผิดให้แก่บุคคลที่ได้รับความเสียหายหรือผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายรัฐด้านป่าไม้และที่ดิน และร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ราษฎรผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ
ประธานกมธ.ระบุว่า ขณะนี้มีขบวนการเตรียมบุกแผ้วถางป่า โดยนำหลักเขตไปปักจองยึดครองพื้นที่กันแล้ว โดยเฉพาะที่ดินสวยๆ ทิวทัศน์งามๆ มีนายทุนแทรกซึมวุฒิสภา รอกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา และก็จะมีสว.ส่วนหนึ่งยกมือเห็นชอบร่างกฎหมาย
โดยประธานกมธ. และผู้เข้าร่วมประชุมต่างไม่เห็นด้วยกับ 2 ร่างพ.ร.บ. โดยมองว่าเปิดช่องให้ผู้มีอิทธิพล นายทุน และนอมินี ต่างชาติฮุบที่ป่า
สําหรับร่างพ.ร.บ. 2 ฉบับ ฉบับแรกเสนอโดยสส.พรรคประชาชาติ และคณะ อีกฉบับเสนอโดยสส.พรรคประชาชน และคณะ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาในวาระที่ 2 ของสภาผู้แทนราษฎร
โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อลบล้างความผิดจากการดำเนินคดีแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาที่ดินและป่าไม้ อันเนื่องมาจากนโยบาย หรือโครงการพัฒนาของรัฐที่ผิดพลาด
โดยเฉพาะกลุ่มที่อาศัยและทำกินในที่ดินมาก่อนประกาศเป็นพื้นที่ป่า หรือประชาชนที่ครอบครอง และทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าภายหลังการประกาศ แต่ได้รับการผ่อนผัน
ส่วนใหญ่เป็นผู้ยากจน รายได้น้อย ไม่มีที่ดินทำกิน ตลอดจนกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ที่อาศัยอยู่มาก่อนประกาศเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์
ร่างพ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับจึงได้รับการสนับสนุนกลุ่มประชาชนระดับล่าง และกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายและโครงการพัฒนาของรัฐที่ผิดพลาดและสร้างความเสียหาย
โดยเฉพาะกลุ่มที่ถูกกระทำอย่างไม่เป็นธรรม จากนโยบายทวงคืนผืนป่าของคณะรัฐประหาร 22 พ.ค.2557 มีประชาชนถูกดำเนินคดีกว่า 48,000 คดี
อย่างไรก็ตาม ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวถูกคัดค้านจากกลุ่มข้าราชการที่มีอำนาจในการจัดการพื้นที่ป่า ตลอดจนอดีตเจ้าหน้าที่รัฐ และมูลนิธิอนุรักษ์บางแห่ง โดยท้วงติงในทำนองว่าจะเปิดช่องให้นายทุนเข้ามา สวมสิทธิ์
หวังว่ากมธ.วิสามัญฯ สภาผู้แทนฯ ที่กำลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้จะคำนึงถึงข้อทักท้วงต่างๆ เพื่อร่างกฎหมายจะได้เป็นประโยชน์ ต่อประชาชนตัวจริงที่ได้รับผลกระทบ และถูกดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรม