การอนุมัติงบประมาณเกือบ 4,000 ล้านบาท เพื่อจัดโมโตจีพี (MotoGP) ปี 2570-2574 โดยรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล กลายเป็นสัญญาณเตือนถึงปัญหาธรรมาภิบาล ที่งบประมาณถูกใช้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง มากกว่าประโยชน์สาธารณะ
เห็นได้ชัดจากข้อสังเกตฝ่ายค้าน นำโดย พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ชำแหละงบก้อนนี้ที่ทุ่มไปยังสนามการแข่งขัน จ.บุรีรัมย์ เชื่อมโยงกับกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวพันกับนายกรัฐมนตรีและพวกพ้อง ว่าสะท้อนความไม่เหมาะสม
การเพิ่มงบจากเฉลี่ยปีละ 100 ล้านบาท สู่ปีละ 800 ล้านบาท สะท้อนโมเดลทางธุรกิจที่อาจไม่คุ้มค่า ทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระหนี้ถึงปี 2574 ขณะที่เศรษฐกิจยังเปราะบาง รายได้เฉลี่ยประชากรบุรีรัมย์ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศถึง 2.8 เท่า
โฆษกเพื่อไทย นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ ระบุว่า แม้การจัดโมโตจีพี จะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่ต้องมีผลตอบแทนที่เหมาะสมต่อประเทศ
การสนับสนุนของรัฐเพิ่มขึ้นมาก สวนทางตัวเลขผู้เข้าชมและรายได้ที่ลดลงต่อเนื่อง ส่งผลให้รัฐต้องแบกรับค่าใช้จ่ายสูงขึ้นผิดปกติ พร้อมตั้งข้อสังเกตอาจมีการใช้สัญญานี้เป็นตัวประกันในประเด็นข้อพิพาทเขากระโดง เพื่อป้องกันการขับไล่ผู้บุกรุกที่ดินของรัฐ
ขณะที่นายชิตวัน ชินอนุวัฒน์ สส.พรรคประชาชน ชี้ว่าที่ดินกว่า 5,000 ไร่เป็นสมบัติของชาติ แต่มีการออกโฉนดให้บุคคลและบริษัทโดยมิชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้งศาลฎีกาและศาลปกครองตัดสินแล้วว่าเป็นที่ดินของการรถไฟ
เท่านั้นไม่พอ รัฐบาลกลับอนุญาตให้ใช้พื้นที่จัดแข่งโมโตจีพี ที่ได้รับเงินสนับสนุนมหาศาลจากภาษีประชาชน สร้างความสงสัยถึงเจตนาและความรับผิดชอบของรัฐทั้งกับงบประมาณและทรัพย์สินของชาติ
ประเด็นนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องกีฬา แต่เกี่ยวกับความยุติธรรมและธรรมาภิบาล เมื่อเงินภาษีประชาชนถูกนำมาใช้แบบคลุมเครือเพื่อประโยชน์ของกลุ่มทุนและการเมือง ในรูปแบบการอุ้มชูธุรกิจของผู้ครอบครองที่ดินหลวงอย่างไม่ถูกต้อง
ประเทศต้องการธรรมาภิบาล และความโปร่งใสในการใช้จ่ายเงินงบประมาณ การใช้เงินภาษีอย่างมีจริยธรรมและรับผิดชอบต่อประชาชน ควรเป็นหัวใจหลักของรัฐบาลทุกยุคสมัย
เมื่องบประมาณถูกนำไปใช้แบบคลุมเครือ ด้วยภาระหนี้ที่ยืดเยื้อและความขัดแย้งทางกฎหมาย เช่นนี้ไม่เพียงเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ แต่ยังเป็นภัยร้ายแรงต่อศรัทธาของประชาชนและอนาคตของชาติ
ทุกภาคส่วนสังคมจึงควรร่วมกันจับตา ตรวจสอบ และเรียกร้องความโปร่งใสจากรัฐบาล เพื่อทวงคืนสมบัติชาติ ปกป้องผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนอย่างแท้จริง