กระแสดราม่าอินฟลูเอนเซอร์ “แจ็ก แปปโฮ” ปีนหลังคารถเต้นหน้าร้านสะดวกซื้อ ฉากหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิ

ไม่ใช่แค่เรื่องพฤติกรรมส่วนบุคคล แต่เป็นภาพสะท้อนปัญหาในยุคที่ทุกคนสามารถสร้างอิทธิพลผ่านหน้าจอได้ภายในเสี้ยววินาที

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้สังคมไทยตั้งคำถามถึงความเหมาะสม ความรับผิดชอบ และขอบเขตเสรีภาพบนพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะเมื่อพฤติกรรมถูกเผยแพร่บนออนไลน์ไปสู่สายตาคนทั่วโลก

ไม่ใช่ครั้งแรกที่อินฟลูเอนเซอร์ถูกวิจารณ์เรื่องความไม่เหมาะสม ครั้งนี้ยังสะท้อนปัญหาช่องว่างทางกฎหมาย และจริยธรรมในอาชีพที่เติบโตเร็วที่สุดอาชีพหนึ่งของไทย ปัจจุบันไทยมีอินฟลูเอนเซอร์ 2-3 ล้านคน มากอันดับ 2 ของอาเซียนรองจากอินโดนีเซีย

นักวิชาการสื่อสารมวลชนชี้ว่า ไทยจำเป็นต้องเร่งกำหนดมาตรฐานจริยธรรมกำกับดูแลอินฟลูเอนเซอร์ โดยเฉพาะเนื้อหาที่อ่อนไหว เช่น สุขภาพ กฎหมาย การลงทุน และวัฒนธรรม ที่อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด ตกเป็นเหยื่อ หรือเลียนแบบพฤติกรรมไม่เหมาะสม

ในต่างประเทศ ฝรั่งเศสออกกฎหมายเฉพาะให้ผู้ทำคอนเทนต์เชิงพาณิชย์ต้องลงทะเบียนมีใบรับรอง สหรัฐมีคณะกรรมการการค้าคอยกำกับ จีนบังคับให้แสดงคุณวุฒิหรือใบอนุญาตวิชาชีพสำหรับเนื้อหาเชิงวิชาการ หรือการแพทย์ พร้อมบทลงโทษหนักหน่วง อังกฤษก็มีกรอบควบคุมชัดเจน

ขณะที่ไทยยังพึ่งกฎหมายทั่วไป เช่น กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งไม่ได้ออกแบบมารองรับความท้าทายของยุคอินฟลูเอนเซอร์โดยเฉพาะ

แพลตฟอร์มออนไลน์มีกฎชุมชน แต่ก็ไม่เพียงพอสำหรับเนื้อหาเชิงธุรกิจ หรือเนื้อหาที่กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน

แม้อาชีพอินฟลูเอนเซอร์เป็นโอกาสให้คนทั่วไปสร้างรายได้และอำนาจทางสื่อ แต่หากไร้การกำกับดูแล อาจกลายเป็นพื้นที่สาธารณะที่สร้างความเสื่อมเสียทั้งต่อสังคมและประเทศ

ดราม่า “แจ็ก แปปโฮ” ไม่ใช่แค่เรื่องของคนดังคนเดียว แต่เป็นสัญญาณเตือนสังคมในยุคที่ใครก็สามารถสร้างอิทธิพลต่อคนจำนวนมากได้โดยไม่ต้องผ่านการกลั่นกรองจากสื่อหลัก หากไม่มีกติกาชัดเจน อาจนำไปสู่ความเสียหายที่แก้ไขไม่ทัน

เสรีภาพในการสร้างสรรค์คอนเทนต์จะมีคุณค่าต่อเมื่อมาพร้อมความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ดังนั้น เพื่อไม่ให้คอนเทนต์ไร้วุฒิภาวะความยาวไม่กี่นาทีต้องแลกด้วยผลกระทบต่อสังคมไทยทั้งระบบ

ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องมีมาตรการกำกับดูแลที่ชัดเจน ทันสมัย และปกป้องประโยชน์ของประชาชนผู้บริโภคโดยเร็ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน