กลุ่มสำรองสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เข้ายื่นหนังสือถึงเลขาธิการวุฒิสภา เพื่อขอให้ทบทวนการเลือกประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คนใหม่ ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2568

โดยให้เหตุผลว่าเนื่องจาก 2 กกต.ใหม่ ที่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมวุฒิสภาไปแล้วนั้น ยังไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง จึงหวั่นเกรงว่าการเลือกประธานกกต.คนใหม่ อาจไม่ชอบธรรม

อีกทั้งยังสุ่มเสี่ยงที่จะขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 เนื่องจากประธานกกต.คนเก่า ยังอยู่ในฐานะรักษาการ ความเป็นประธานกกต.ยังคงอยู่ครบถ้วนทุกประการ

กลุ่มผู้ยื่นหนังสือจึงเห็นว่า เลขาธิการวุฒิสภาควรตรวจสอบและทบทวนเรื่องนี้

นอกจากนี้ กลุ่มผู้ร้องยังตั้งคำถามว่า เหตุใดสำนักงานกกต.จึงเร่งรัดจัดการประชุมเพื่อเลือกประธานกกต. ทั้งที่ว่าที่กกต. 2 คน ยังไม่ผ่านขั้นตอนการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ

ทำให้กลุ่มผู้ร้องเกิดข้อสงสัยตามมา โดยเฉพาะความเชื่อมโยงที่เกี่ยวข้องคดีเลือกฮั้วสว. เมื่อปี 2567 ที่ขณะนี้อยู่ในชั้นอนุกรรมการวินิจฉัย เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของกกต.ชุดใหญ่ทั้ง 7 คนหรือไม่

โดยหวั่นเกรงว่าจะกระทบต่อการพิจารณาสำนวนคดีฮั้วเลือกสว. ซึ่งเป็นคดีทางการเมืองที่สำคัญอย่างยิ่ง อีกทั้งการสืบสวนและไต่สวนที่ผ่านมามีพยานหลักฐานมากมาย จนนำไปสู่การแจ้งข้อกล่าวหาผู้เกี่ยวข้องมากถึง 229 คน

ในจำนวนผู้ถูกกล่าวหานี้ มี 136 คน ได้รับเลือกเป็นสว.

สำหรับกกต.ชุดปัจจุบันทั้ง 7 คน ประกอบด้วยกกต.ที่ยังไม่พ้นจากตำแหน่ง 5 คน และว่าที่กกต. 2 คน ที่เพิ่งผ่านการลงมติเห็นชอบจากที่ประชุมวุฒิสภา

เมื่อวันที่ 18 พ.ย.2568 มีการประชุมเพื่อเลือกกันเองว่าจะให้กกต.คนใดเป็นประธานกกต.คนใหม่ สืบแทนคนเก่าที่พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระ

ผลปรากฏว่าได้กกต.ที่อยู่ในกลุ่มที่ยังไม่พ้นจากตำแหน่งขึ้นเป็นประธานกกต. และจากการตรวจสอบย้อนหลังพบว่า ทั้งประธานกกต.คนใหม่ และว่าที่กกต. 2 คน เป็นบุคคลที่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมวุฒิสภา ซึ่งสมาชิกที่เห็นชอบนั้นล้วนถูกกล่าวหาในคดีฮั้วสว.

ด้วยข้อกังขาเหล่านี้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เลขาธิการวุฒิสภาต้องทบทวนและตรวจสอบให้ละเอียด ก่อนนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อให้เกิดความชัดเจน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน