มหาอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ จ.สงขลา พื้นที่เศรษฐกิจสำคัญภาคใต้ ไม่ใช่แค่น้ำท่วมตามฤดูกาลปกติ แต่เป็นปรากฏการณ์สะท้อนความซับซ้อนของภัยพิบัติทางธรรมชาติในยุคสภาพอากาศสุดขั้วเต็มรูปแบบ
เป็นสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมข้อจำกัดโครงสร้างเมือง และการบริหารจัดการของทุกภาคส่วนที่ยังไม่พร้อมรับมือ
ข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ระบุ น้ำท่วมครั้งนี้มีระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ มีปริมาณฝนตกสะสมถึง 630 มิลลิเมตรใน 3 วัน เกินกว่า 428 มิลลิเมตรของครั้งใหญ่สุดในปี 2553
ส่งผลให้น้ำหลากทะลักท่วมกว่า 100 ชุมชนในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ บางจุดน้ำท่วมสูงถึง 3 เมตร ความเสียหายครอบคลุมทั้ง 16 อำเภอ ต้องประกาศเขตภัยพิบัติ และอพยพประชาชนจำนวนมาก
ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาเป็นเส้นเลือดใหญ่ของ จ.สงขลา มีลักษณะภูมิประเทศตอนบนเป็นเทือกเขาต้นน้ำ เมื่อฝนตกหนักน้ำไหลหลากลงรวดเร็วสู่พื้นที่ราบลุ่มตอนกลางและตอนล่าง ซึ่งเป็นเขตเมืองหาดใหญ่
การตั้งถิ่นฐานหนาแน่นโดยขาดการวางแผน ทำให้สูญเสียพื้นที่ซับน้ำตามธรรมชาติ น้ำจึงท่วมขยายเป็นวงกว้างในเวลารวดเร็ว ในลักษณะ “น้ำลงมาเร็ว แต่ระบายออกช้า” กลายเป็นปัจจัยหลักให้สถานการณ์เลวร้ายมากขึ้น
การเกิด “ฝนตกแช่” ต่อเนื่องยาวนาน เป็นอีกปัจจัยสำคัญในการลดความสามารถในการซับน้ำของดิน ทำให้ระบบลำน้ำ ระบบระบายน้ำในตัวเมืองรองรับไม่ทัน
น้ำท่วมจึงทวีความรุนแรง ความเสียหายครอบคลุมพื้นที่กว้างทั้งบ้านเรือน ทรัพย์สิน ธุรกิจ ร้านค้า โครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภคและการคมนาคม ทุกอย่างจมอยู่ใต้น้ำชั่วพริบตา
น้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ครั้งนี้ นอกจากเป็นบทเรียนถึงความจำเป็นในการบริหารจัดการน้ำและการวางแผนผังเมือง ที่ต้องรับมือกับสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงสุดขั้ว ที่นับวันจะทวีความถี่และรุนแรงมากขึ้น
โดยเฉพาะการวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วน ไม่ควรประมาทหรือล่าช้า เพื่อให้ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาและเมืองหาดใหญ่ รวมถึงลุ่มน้ำอื่นๆ ในทุกภูมิภาคของไทยที่มีลักษณะปัจจัยใกล้เคียงกัน สามารถรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจทวีความรุนแรงขึ้นในอนาคต
มหาอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ จ.สงขลา และอีก 9 จังหวัดภาคใต้ คือสัญญาณเตือนว่าทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และรัฐบาล ต้องไม่ต่างคนต่างทำ
แต่ต้องร่วมมือกันยกระดับระบบจัดการ และการเตรียมพร้อม ในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ปลอดภัยและทันเวลา ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด