นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ ตอบข้อซักถามถึงความคืบหน้าการปลดล็อกเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเวลา 14.00-17.00 น.
โดยระบุว่า ขณะนี้กระบวนการรับฟังความคิดเห็น ที่กำหนดกรอบเวลา 15 วันเสร็จสิ้นแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อบังคับใช้ประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
รองนายกฯ ยืนยันว่าร้านที่จะขายได้ต้องเป็นร้านที่จดทะเบียนขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งอนุญาตให้นั่งดื่มต่อที่ร้านได้ถึงเวลา 01.00 น. หลังร้านปิดจำหน่ายในเวลา 24.00 น.
พร้อมย้ำด้วยว่าจะประกาศปลดล็อกได้ทันก่อนเทศกาลปีใหม่
สำหรับความพยายามแก้กฎหมาย และประกาศควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น ค่อยๆ เริ่มมาตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อนหน้านี้ อาทิ การอนุญาตให้ขายได้ในอาคารสนามบิน โรงแรม และสถานบริการ-บันเทิง เป็นต้น
ต่อมารัฐบาลชุดปัจจุบันก็เล็งเห็นว่า ช่วงนี้ใกล้เทศกาลปีใหม่ และสงกรานต์ในปี 2569 ดังนั้น เพื่อสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวและการบริการ ก็สมควรที่จะแก้ไขกฎระเบียบที่ไม่สอดคล้องกับบริบทของสังคมปัจจุบัน
จนกระทั่งที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีมติให้จำหน่ายได้ในเวลา 14.00-17.00 น. โดยจะทดลองเป็นเวลา 6 เดือน แล้วประเมินผล
โดยที่ประชุมพิจารณาว่าจะปฏิบัติควบคู่ไปกับกระบวนการทางสาธารณสุข เพื่อให้เกิดความสมดุลกับการส่งเสริมทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และผู้ประกอบการต่างๆ
ร่างประกาศฉบับใหม่ของคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น จะทำให้ผู้ประกอบการขายได้ตั้งแต่เวลา 11.00-24.00 น. และผู้ดื่มสามารถนั่งดื่มต่อในร้านได้ถึงเวลา 01.00 น. โดยไม่มีความผิดตามกฎหมาย หลังร้านปิดจำหน่ายในเวลา 24.00 น.
จากการปลดล็อกดังกล่าว เชื่อว่าจะส่งผลในเชิงบวกต่อผู้ประกอบการร้านอาหาร ภาคท่องเที่ยว และกิจกรรมอื่นๆ ที่ต่อเนื่องกัน ซึ่งสุดท้ายจะส่งผลในภาพรวมต่อเศรษฐกิจประเทศ
ข้อมูลจากชมรมผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารระบุว่า จะช่วยส่งเสริมให้ร้านอาหารมีรายได้จากการขายอาหารเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 20 เปอร์เซ็นต์ เพราะการขายและนั่งดื่มได้ จะทำให้ลูกค้าสั่งอาหารเพิ่มมากขึ้น
จึงหวังว่าประกาศฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้ในเร็ววัน เพราะขณะนี้เข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นการท่องเที่ยวของประเทศไทยแล้ว