อุทกภัย 9 จังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะเมืองหาดใหญ่ จ.สงขลา พื้นที่เขตเศรษฐกิจสำคัญในภูมิภาค ที่ได้รับความเสียหายและสูญเสียมากที่สุด สถานการณ์เริ่มคลี่คลายตามลำดับ
ขณะนี้อยู่ในช่วงการฟื้นฟูสภาพพื้นที่ บ้านเรือนสิ่งปลูกสร้าง ระบบสาธารณูปโภค วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และการจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งนอกจากภาคใต้แล้ว ยังรวมถึงจังหวัดภาคกลางบางส่วนด้วย
โดยรัฐบาลใช้วิธีแบบเหมาจ่ายในอัตราครัวเรือนละ 9,000 บาท ข้อมูล ณ วันที่ 3 ธ.ค.2568 โอนเงินเข้าบัญชีไปแล้วรวม 3 ครั้ง ประมาณเกือบ 200,000 ครัวเรือน
รัฐบาลยืนยันจะเร่งโอนเงินเยียวยา ให้ถึงมือประชาชนผู้ประสบภัยโดยเร็วที่สุด
นอกจากนี้ จากการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมา ยังเห็นชอบอัตราค่าปลงศพในพื้นที่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ให้ศพละ 2 ล้านบาท
อีกทั้งยังเห็นชอบอนุมัติงบกลางให้ จ.สงขลา วงเงิน 530 ล้านบาท สำหรับฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ซึ่งทั้ง 2 กรณีนี้ให้เฉพาะ จ.สงขลา เนื่องจากเป็นพื้นที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เคยระบุว่าการเยียวยาไม่ใช่เฉพาะในพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ก็ไม่ยืนยันว่ากรณีค่าปลงศพ 2 ล้านบาท จะครอบคลุมพื้นที่ประสบอุทกภัยจังหวัดอื่นๆ ด้วยหรือไม่
เป็นคำชี้แจงในเบื้องต้นของนายกฯ
สถานการณ์อุทกภัย 9 จังหวัดภาคใต้นั้น ไม่เฉพาะ อ.หาดใหญ่ และพื้นที่ จ.สงขลา เท่านั้นที่มีผู้เสียชีวิต แต่พื้นที่จังหวัดใกล้เคียงก็มีผู้สูญเสียเช่นกัน ดังนั้น จึงเริ่มมีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาเรื่องค่าปลงศพรายละ 2 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน ในการยื่นขอเอกสารลงทะเบียนเพื่อขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยา ที่ผ่านมาก็เกิดความสับสน วุ่นวาย และความไม่สะดวกต่างๆ ไม่มีความชัดเจนจะต้องใช้เอกสาร หรือไม่ต้องใช้เอกสาร อีกทั้งการลงทะเบียนทางออนไลน์ก็ระบบล่ม
รวมถึงเสียงสะท้อนจากประชาชน ที่อยากให้รัฐบาลขยายระยะเวลาการลงทะเบียนออกไปอีก เนื่องจากระยะเวลาสั้นเกินไป ทำให้จัดเตรียมเอกสารไม่ทัน
ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องนำไปพิจารณาปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้การเยียวยาเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว และเท่าเทียมเป็นธรรม