พรรคเพื่อไทยย้ำจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล อย่างแน่นอน เพียงแต่รอช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะไม่อยากถูกโยงใยว่าขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการเยียวยาประชาชนจากกรณีอุทกภัย
ก่อนหน้านี้ แกนนำพรรคระบุว่าจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล ตามมาตรา 152 ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีรวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน ส่วนรัฐมนตรีคนอื่นๆ นั้นยังไม่ขอเปิดเผยว่ามีใครบ้าง
ขณะที่พรรคประชาชนนั้น ล่าสุดมีท่าทีค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าจะไม่ใช้การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่จะใช้กลไกอื่นๆ ของสภาในการตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้นแทน
เป็นไปได้ว่า พรรคประชาชนมีความหวังว่าจะประสบความสำเร็จจากเอ็มโอเอที่ทำไว้กับพรรคภูมิใจไทยตามเงื่อนไขอยู่เป็นรัฐบาล 4 เดือนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สำเร็จแล้วยุบสภาเสีย
สำหรับนายกรัฐมนตรี ก่อนหน้านี้ประกาศว่ารัฐบาลจะไม่ยอมให้ถูกด่าฟรี ถ้ายื่นญัตติเมื่อใด ก็จะยุบสภาทันทีเมื่อนั้น เนื่องจากเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย เมื่อลงมติก็ไม่มีทางเอาชนะเสียงข้างมากได้
แต่ล่าสุด ผู้นำรัฐบาลเริ่มลดความแข็งกร้าว ตาต่อตา ฟันต่อฟันในเรื่องนี้ลงไป พร้อมส่งสัญญาณว่าอยากให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านวาระ 3 ให้จงได้ จากนั้นก็พร้อมจะยุบสภาตามไทม์ไลน์เดิม
ในทางการเมืองมองได้ว่า รัฐบาลกำลังเพลี่ยงพล้ำอย่างหนัก อันมาจากความล้มเหลวในการแก้ปัญหาอุทกภัยทั้งในภาคกลางและภาคใต้ อีกทั้งเสียงสะท้อนจากทุกโพลที่สำรวจความคิดเห็น ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
การกัดฟันทนต่อไปเพื่อยืนระยะเป็นรัฐบาลเต็มอำนาจ จะสามารถใช้ทรัพยากร ตลอดจนการวางตัวบุคคลเพื่อเรียกความนิยมและคะแนนเสียงที่ลอยหายไปกับสายน้ำกลับคืนมาได้
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของพรรคฝ่ายค้านนั้น ช่วงเวลานี้ย่อมเป็นศุภฤกษ์ที่เหมาะสมอย่างยิ่งต่อการทำลายความน่าเชื่อถือ รวมถึงขยายแผลใหญ่ความล้มเหลว การขาดความสามารถอย่างร้ายแรงในการบริหารประเทศชาติ
นอกจากนี้ ในช่วง 3 เดือนที่รัฐบาลนี้มีอำนาจ มีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย มีการแต่งตั้งล็อตใหญ่ตั้งแต่อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัดจนถึงระดับนายอำเภอ
รวมถึงความสัมพันธ์ที่ปรากฏจากภาพถ่ายร่วมเฟรมกับอาชญากรเศรษฐกิจสแกมเมอร์ระดับโลก แก๊งหลอกลวงต้มตุ๋นประชาชนในโลกออนไลน์ เป็นอันตรายหลายอย่างต่อประเทศ ซึ่งเป็นที่น่าสงสัยว่าสมประโยชน์กันหรือไม่
การที่นายกรัฐมนตรียืนยันว่าจะยังไม่ยุบสภาชิงหนีการชี้แจงต่อสาธารณะ จึงมีความองอาจ ถ้าหากดำเนินการไปในทางตรงกันข้ามก็ยิ่งจะเป็นความขลาดและยอมรับไปโดยอัตโนมัติ ไม่กล้าให้สภาตรวจสอบ ย่อมเป็นชนักปักหลังติดตัวที่ยากจะถอนออก