พรรคประชาชน จัด “ปิกนิกพรรคประชาชนพบประชาชน” มีผู้บริหารพรรคทั้งอดีตและปัจจุบันพร้อมหน้า เช่น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล
เพื่อขอโทษที่ภารกิจแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สำเร็จลุล่วง มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม พูดคุย รวมทั้งถกเถียงปัญหาและเสนอแนวคิดต่างๆ จำนวนหนึ่ง ดูจากปริมาณแล้วถือว่ายังไม่มากนัก เมื่อเทียบกระแสความนิยมที่ผ่านมา
แกนนำทั้งอดีตหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคต่างเสนอว่าขอให้ประชาชนก้าวร่วมเดินไปกับพรรค เพื่อเปลี่ยนทางการเมืองตามอุดมการณ์ประชาธิปไตยที่ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจแท้จริง
แต่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าพรรคประชาชนไม่ได้รู้สึกยอมรับความผิดพลาดเลย ที่ลงมติสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยภายใต้เอ็มโอเอ จนได้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี
หลังพ่ายแพ้มติคงอำนาจวุฒิสภากรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยให้มีเสียงจำนวน 1 ใน 3 ต่อไป หัวหน้าพรรคประกาศเรียกร้องให้ยุบสภาเสีย จนนายอนุทินนำมาเป็นข้ออ้างว่าทำตามที่ร้องขอให้ดำเนินการ ไม่ได้หักหลังและละเมิดเอ็มโอเอ
ส่วนนายณัฐพงษ์ยืนยันว่าพรรคประชาชนไม่ใช่เด็กน้อยไร้เดียงสา พรรคภูมิใจไทยไม่ได้ผิดข้อตกลงตามเอ็มโอเอตามลายลักษณ์อักษรก็จริง แต่ทางปฏิบัติกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น
เรียกร้องให้ไปดูร่างคณะกรรมาธิการวิสามัญเสียงข้างมากที่ไม่มีประเด็นดังกล่าว ทั้งมติวิปรัฐบาลก็เห็นสอดคล้องทิศทางเดียวและพรรคภูมิใจไทยเห็นด้วยกับเสียงข้างมาก แต่ท้ายที่สุดกลับไม่โหวตตามนั้น
ส่วนนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยก็ตอบโต้ว่าประเด็นดังกล่าวไม่ได้เขียนไว้ในเอ็มโอเอ แต่งอกภายหลัง ซึ่งเป็นความเห็นของกรรมาธิการเสียงน้อยและรัฐสภาก็มีมติไม่เห็นด้วย แต่กรณีนี้ก็มีการส่งสัญญาณมาตั้งแต่ก่อนวาระ 2 แล้ว
การที่ไม่แสดงความรับผิดที่สนับสนุนนายอนุทิน แต่ขออภัยที่แก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ประสบความสำเร็จนั้น นับว่ากระทบความรู้สึกผู้สนับสนุนไม่น้อย อีกทั้งเรียกร้องให้เลือกผู้สมัครของพรรคให้เกินกึ่งหนึ่งเพื่อไปด้วยกัน จึงย้อนแย้ง
นอกจากนี้ การที่ไม่ตรวจสอบกระบวนการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่โยงใยบางพรรคอยู่เบื้องหลัง ซึ่งค่อนข้างชัดเจนว่าสมคบคิดจัดตั้งกันมา เข้าข่ายความผิดฐานอั้งยี่ซ่องโจรและฟอกเงิน จึงผิดวิสัยกับที่เกาะติดตรวจสอบเรื่องอื่นๆ
รวมถึงกรณีที่ดินเขากระโดงหลายพันไร่ ซึ่งศาลฎีกามีคำพิพากษาแล้ว ก็แทบจะไม่มีผู้ใดกล่าวถึงและกระตุ้นให้เกิดการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษา
ที่สำคัญ เมื่อนายกรัฐมนตรีใช้อำนาจหวังผลทางการเมือง โยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตั้งแต่ระดับบนจนถึงระดับล่าง ทั้งการเร่งรัดอนุมัติงบประมาณผูกพันจัดแข่งขันรถจักรยานยนต์โดยเอื้อประโยชน์บางกลุ่ม ก็ไม่ได้ใส่ใจตรวจสอบช่นกัน