คณะสำรองสมาชิกวุฒิสภา (สว.) รวมตัวกันเข้ายื่นหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เพิ่งได้ประธานกกต.คนใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้ติดตามการทำงานของกกต.ยุคประธานกกต.คนก่อน

โดยระบุว่ามีความกังวลใจเกี่ยวกับการทำงานของกกต.ที่ผ่านมา เรื่องคดีฮั้วเลือกสว. จะเป็นไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ และจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

กลุ่มผู้ร้องเรียนระบุด้วยว่าขณะนี้ผ่านมาแล้ว 1 ปี 5 เดือน ที่เกิดเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการฮั้วเลือกสว. ซึ่งประชาชนเองก็รอติดตามอยู่ว่าคดีจะไปสิ้นสุดเมื่อไหร่

ดังนั้นหากคดียังไม่ปรากฏผล ก็จะทำให้สังคมเคลือบแคลงสงสัยว่า หน้าที่ต่างๆ ที่กกต. โดยเฉพาะการเป็นผู้จัดการเลือกตั้งในทุกระดับ จะเป็นไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม และเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่

อีกประการสำคัญคือ คณะสำรองสว.ยังเรียกร้องถึงประธานกกต.คนใหม่ ขอให้ทำงานอย่างซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่พึ่งของประชาชน ให้สมกับเกียรติและศักดิ์ศรีในตำแหน่ง

เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีความดีความชอบ ทำงานมาด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตั้งแต่เป็นตุลาการศาลฎีกา ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สูงส่ง และเป็นที่เชื่อถือของประเทศชาติบ้านเมือง

คณะผู้ร้องเรียนจึงหวังว่าการทำงานของประธานกกต.คนใหม่ จะนำไปสู่การพิจารณาเพื่อส่งฟ้องคดีฮั้วเลือกสว. เข้าสู่กระบวนการของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง

นับเป็นอีกความเคลื่อนไหวต่อคดีฮั้วเลือกสว. หนึ่งในคดีทางการเมืองอันอื้อฉาว

การเลือกสว.เมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ที่ระบุไว้ภายใต้หลักการให้เลือกกันเองในกลุ่มสาขาอาชีพ 20 กลุ่ม

แต่ปรากฏว่าด้วยกติกาดังกล่าวเกิดช่องว่าง และปัญหาตามมามากมาย ทำให้พรรคการเมืองใหญ่สบโอกาสวางแผนจัดตั้งกลุ่มคนลงสมัคร และสมคบคิดเลือกกันเอง เพื่อให้ได้บุคคลที่ตนเองจัดวางเอาไว้ให้ได้เป็นสว.

โดยกระทำกันอย่างโจ่งแจ้ง ปรากฏร่องรอยและหลักฐานมากมาย จนนำมาสู่การร้องเรียนเป็นคดีความที่อยู่ในความรับผิดชอบของกกต. มีผู้ถูกกล่าวหาจำนวนมาก ทั้งที่เป็นสว.ในปัจจุบัน และเครือข่ายทางการเมือง

ขณะนี้คดีล่วงเลยมานานนับปี จึงกลายเป็นคำถามว่าเมื่อไหร่จะเข้าสู่การพิจารณาของกกต.ชุดใหญ่ ที่เพิ่งได้ประธานกกต.คนใหม่ เพื่อส่งฟ้องต่อศาลฎีกาฯ โดยต้องตระหนักด้วยว่าคดีนี้ใหญ่เกินกว่าที่จะปกปิด หรือทำให้เงียบหาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน