คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีมติสั่งฟ้องผู้ต้องหาชุดแรกคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ต่อพนักงานอัยการคดีพิเศษ

โดยผู้ต้องหาชุดแรกมีทั้งหมด 8 คน ประกอบด้วย สว.ที่ยังคงดำรงตำแหน่งอยู่ในปัจจุบัน 2 คน มาจาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ และจ.สุราษฎร์ธานี

ส่วนผู้ต้องหาอีก 6 คน เป็นบุคคลในเครือข่ายพรรคการเมืองใหญ่ อาทิ นักการเมืองท้องถิ่นในจ.นครศรีธรรมราช นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวในจังหวัดภาคใต้ และอดีตผู้สมัครสส.

ทั้ง 8 คนถูกกล่าวหาในความผิดฐานฟอกเงิน และอั้งยี่

การสั่งฟ้องดำเนินคดีดังกล่าว สืบเนื่องจากมีผู้เข้าร้องเรียนต่อดีเอสไอ พร้อมยื่นหลักฐานประกอบอีกมากมาย เกี่ยวกับการทุจริตเลือกสว.เมื่อปี 2567 ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก

ต่อมาดีเอสไอส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสืบสวนและตรวจสอบพบเบาะแสและความเชื่อมโยงมากมาย จากนั้นคณะกรรมการคดีพิเศษประชุมมีมติรับเป็นคดีพิเศษ โดยให้เริ่มจากความผิดฐานฟอกเงิน ก่อนขยายผลเป็นอั้งยี่ และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง

คณะพนักงานคดีพิเศษสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องหลายร้อยคน จัดทำเหตุการณ์จำลองสถานที่ใช้ในการเลือก กระบวนการเลือกสว.ระดับต่างๆ และภาพวงจรปิดวันเกิดเหตุ

ที่สำคัญคือ พบร่องรอยทางการเงินเชื่อมโยงกันมากถึง 1,200 คน จาก 45 จังหวัด จนกระทั่งนำมาสู่การแจ้งข้อกล่าวหาและสั่งฟ้องผู้ต้องหาชุดแรก 8 คน

การเลือกสว.ที่ผ่านมาเต็มไปด้วยข้อครหามากมาย เนื่องจากกระบวนการเลือกมีข้อบกพร่อง จึงเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองใหญ่วางแผนจัดตั้งกลุ่มคนมาลงสมัคร เพื่อให้เลือกบุคคลที่ตนเองต้องการให้เป็นสว.

อีกทั้งยังกระทำอย่างโจ่งแจ้ง จึงปรากฏร่องรอยและหลักฐานจำนวนมาก ซึ่งสังคมและผู้เฝ้าจับตามองเรื่องนี้ต่างทราบกันดี จนนำไปสู่การร้องเรียนให้ตรวจสอบ และดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง

ขณะนี้คดีในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีผู้ถูกกล่าวหากว่า 200 คน จำนวนนี้ 136 คน ได้รับเลือกเป็นสว. แต่การส่งฟ้องต่อศาลก็ยังล่าช้า และอีกส่วนในความรับผิดชอบของดีเอสไอ ที่ล่าสุดสั่งฟ้องผู้ต้องหาชุดแรก

ต้องติดตามต่อไปว่าอัยการจะส่งฟ้องคดีเข้าสู่ชั้นศาลเมื่อไหร่ และก็หวังว่าจะไม่หยุด หรือตัดตอนจบแค่ 8 ผู้ต้องหาชุดแรกเท่านั้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน