เนื่องในวาระขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2569 ประชาชนชาวไทยทั่วประเทศมีความปีติและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้รับพระราชทานพรปีใหม่จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมือง และเป็นขวัญกำลังใจอันยิ่งใหญ่แก่พสกนิกรในยามเริ่มต้นศักราชใหม่
พระราชดำรัสดังกล่าวมิได้เป็นเพียงถ้อยคำอำนวยพรตามธรรมเนียม หากยังทรงสะท้อนพระราชหฤทัยอันเปี่ยมด้วยความห่วงใย ความเข้าใจและความมุ่งมั่นที่จะทรงปฏิบัติพระราชภารกิจเพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติและประชาชนสืบไป
สาระสำคัญตอนหนึ่งของพระราชดำรัส คือทรงกล่าวถึงการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ซึ่งเป็นความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของปวงชนชาวไทย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตื้นตันพระราชหฤทัย ที่ทอดพระเนตรเห็นประชาชนทุกหมู่เหล่า พร้อมใจกันไปถวายสักการะพระบรมศพอย่างต่อเนื่อง ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและพระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่า
ความรู้สึกร่วมดังกล่าวสะท้อนถึงสายใยอันแน่นแฟ้นระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทยมาโดยตลอด
นอกจากนี้ พระราชดำรัสยังทรงชี้ให้เห็นถึงสถานการณ์ของโลกและของประเทศในรอบปีที่ผ่านมา ที่เผชิญกับความแปรปรวน ความตึงเครียดระหว่างประเทศ ตลอดจนภัยธรรมชาติอันร้ายแรง เหตุการณ์เหล่านี้ไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและชีวิต หากยังกระทบต่อขวัญและกำลังใจของประชาชนโดยรวม
พระราชดำรัสจึงเปรียบเสมือนเตือนสติให้สังคมไทย ตระหนักถึงความท้าทายร่วมกัน และมองหาแนวทางรับมือด้วยสติปัญญาและความสามัคคี
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเน้นย้ำความสำคัญของการเสริมสร้างสัมพันธไมตรีระหว่างมิตรประเทศ ควบคู่กับการธำรงรักษาความรักความสมัครสมานภายในประเทศ
การร่วมแรงร่วมใจกันปฏิบัติหน้าที่ตามความรับผิดชอบของแต่ละคน โดยยึดมั่นในความถูกต้อง ความดีงาม และประโยชน์ของส่วนรวม เป็นหัวใจสำคัญที่จะนำพาประเทศชาติไปสู่ความมั่นคงและความผาสุกอย่างยั่งยืน
พระราชดำรัสปีใหม่ พุทธศักราช 2569 เป็นทั้งพรและแนวทางปฏิบัติสำหรับประชาชนทุกคน หากสังคมไทยสามารถน้อมนำพระราชดำรัสไปเป็นหลักในการดำเนินชีวิตและการทำงาน ย่อมจะก่อให้เกิดพลังความร่วมมือ อันเป็นหลักประกันความร่มเย็นเป็นสุขของบ้านเมืองสมดังพระราชปณิธาน
เป็นการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความหวัง ความเข้มแข็ง และความสามัคคีของชาติอย่างแท้จริง