สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สรุปจำนวนประชาชนลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขต และนอกราชอาณาจักร หลังเปิดให้ลงทะเบียนไปเมื่อวันที่ 3-5 ม.ค.2569 รวม 3 วัน

โดยมีประชาชนลงทะเบียนรวมทั้งสิ้น 1,598,056 คน แบ่งเป็นขอใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตจำนวน 1,502,390 คน และนอกราชอาณาจักรจำนวน 95,666 คน

เลขาธิการกกต.ยังชี้แจงด้วยว่า ระยะเวลาที่เปิดให้ลงทะเบียน 3 วัน ถือว่าเพียงพอแล้ว การลงทะเบียนไม่ใช่เรื่องยาก หากเตรียมข้อมูลให้พร้อม ใช้เวลาเพียงแค่ 3 นาทีเท่านั้น ดังนั้น เมื่อมีระยะเวลาเพียงแค่ 3 วัน ก็ต้องรับผิดชอบตัวเองให้ได้

คำอธิบายและเหตุผลของกกต. ที่ยืนยันไม่สามารถขยายระยะเวลาการลงทะเบียนได้

สำหรับการออกเสียงประชามติ เพื่อรับฟังเสียงของประชาชนเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น กำหนดมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.2569 พร้อมกับการเลือกตั้งสส.ทั่วประเทศ

โดยมีประเด็นคำถามคือ ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ซึ่งผู้มีสิทธิออกเสียงสามารถเลือกกากบาทได้ 1 ช่อง คือเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ และไม่แสดงความคิดเห็น

ก่อนหน้านี้ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่าต้องจัดทำประชามติ 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 สมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ครั้งที่ 2 เกี่ยวข้องกับวิธีการและเนื้อหาที่สำคัญ แต่ครั้งที่ 1 และ 2 อาจรวมเป็นครั้งเดียวกันได้

สุดท้ายครั้งที่ 3 หลังจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว ให้ประชาชนออกเสียงประชามติว่าเห็นชอบหรือไม่

การออกเสียงประชามติเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่จะมีขึ้นพร้อมกับการเลือกตั้งสส.ทั่วประเทศ เริ่มมีข้อกังวล และข้อทักท้วงจากหลายฝ่าย โดยตั้งคำถามถึงการปฏิบัติหน้าที่ของกกต.

อาทิ การขยายระยะเวลาลงทะเบียนออกเสียงนอกเขต และนอกราชอาณาจักร ที่ส่วนใหญ่เห็นว่า 3 วันน้อยเกินไป แต่ก็น่าเสียดาย และผิดหวัง เมื่อกกต.ยืนยันไม่สามารถทำได้

รวมถึงกรณีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ของกกต.ที่น้อยเกินไปหรือไม่ หรือหากประชาชนไม่ไปลงประชามติจะเสียสิทธิอะไรบ้าง และพรรคการเมืองสามารถรณรงค์ได้มากน้อยแค่ไหน ตลอดจนการจัดหน่วยออกเสียงที่ต้องใกล้กับหน่วยเลือกตั้งสส. เป็นต้น

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า กกต.จะตระหนักถึงข้อทักท้วงทั้งหลาย เพื่อให้การออกเสียงประชามติเป็นไปอย่างโปร่งใส สุจริตเที่ยงธรรม และสะท้อนถึงเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน