สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดศูนย์บริหารการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม เป็นไปด้วยดี ปกป้องผู้สมัครสส. และพรรคการเมือง
ศูนย์จะทำงานตลอด 24 ชั่วโมง มีโปรแกรมตรวจจับว่าใครโพสต์ข้อความเฟกนิวส์ หรือใส่ร้ายผู้สมัครและพรรคการเมือง ทำให้เกิดความเสียหาย หรือใช้ข้อความอันเป็นเท็จ
เมื่อได้รับข้อมูลจากสิ่งที่เป็นความปรากฏต่อกกต.เอง หรือผู้สมัครที่ได้รับผลกระทบ สามารถแจ้งมาที่ศูนย์ได้ โดยกกต.จะทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นด้วย
สำหรับวิธีการทำงานของศูนย์ดังกล่าวนั้น เลขาธิการกกต.ระบุว่า เน้นเป้าหมายเรื่องการใส่ร้ายผู้สมัครและพรรคการเมือง แต่ถ้าหากเป็นการหมิ่นประมาท และเข้าข่ายเป็นคดีอาญา พรรคการเมืองจะต้องไปจัดการกันเอง
โดยในเบื้องต้นหากตรวจสอบพบเจอจะสั่งให้ลบ แก้ไข เปลี่ยนแปลง และที่ผ่านมาสามารถลบได้ แต่ตามบุคคลไม่ได้ เนื่องจากมีการตั้งไอดีอยู่ต่างประเทศ
ดังนั้น ศูนย์ต้องร่วมมือกับแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยศูนย์จะวินิจฉัยเบื้องต้น เพื่อส่งไปยังกกต.ก่อนจะให้ลบโพสต์
หวังว่าศูนย์บริหารการหาเสียงฯ ของกกต. จะช่วยให้เกิดการแข่งขันหาเสียงที่เป็นธรรม ปกป้องผู้สมัครสส. และพรรคการเมืองได้
ขณะนี้เหลือเวลาอีก 1 เดือน ถือว่าไม่มากนัก ก่อนถึงวันเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 พร้อมกับการออกเสียงลงประชามติเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ส่งผลให้บรรยากาศการหาเสียงเป็นไปอย่างเข้มข้น แข่งขันกันสูง และดุเดือดในหลายพื้นที่พร้อมๆ กันมีเสียงสะท้อนมากขึ้นเกี่ยวกับการซื้อเสียง และการทุจริตเลือกตั้ง
หรือกรณีการเก็บบัตรประชาชนก็เกิดขึ้นในหลายจังหวัด และเขตเลือกตั้ง พร้อมกับคำถามและข้อสงสัย มีเจ้าหน้าที่รัฐ หรือใช้กลไกและเครือข่ายของรัฐเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่
การที่กกต.จัดตั้งศูนย์บริหารการหาเสียง เพื่อช่วยให้เกิดการแข่งขันเป็นธรรม ก็ย่อมเป็นเรื่องดี และก็หวังด้วยว่ากกต.จะยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขัน เพื่อป้องกันปราบปรามทุจริตเลือกตั้ง เพื่อให้ผลการเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม โปร่งใส และเป็นที่ยอมรับ