บรรยากาศการหาเสียงแรกเริ่ม ก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เป็นไปอย่างคึกคัก มีสีสัน สร้างความตื่นตัว จูงใจให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ออกประกาศรายชื่อพรรคการเมืองที่ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสส.แบบบัญชีรายชื่ออย่างเป็นทางการ
รวมทั้งประกาศการแจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองจะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีมีผลโดยสมบูรณ์แล้วเช่นกัน
สรุปมีพรรคการเมืองที่ยื่นสมัครสส.บัญชีแบบรายชื่อ จำนวน 57 พรรค รายชื่อบุคคลที่เสนอให้พิจารณาแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีจากจำนวน 43 พรรค รวม 94 คน โดยพรรคที่ยื่นรายชื่อครบ 3 คน จำนวน 19 พรรค
ต่อมาประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมือง ที่ใช้ในการประกาศโฆษณา มีจำนวนทั้งสิ้น 21 คน
เพื่อตรวจสอบรายการนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา ตามที่รายงานต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่ามีรายการครบถ้วนและถูกต้องหรือไม่
ประกอบด้วย วงเงินที่ต้องใช้ และที่มาของเม็ดเงินที่จะใช้ดำเนินการ ความคุ้มค่าและประโยชน์ในการดำเนินการนโยบาย ผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินการ
อีกทั้งพิจารณาว่าถึงความเป็นไปได้ที่จะดำเนินการ มีแหล่งทุน หารายได้ วิธีการใดบ้างที่จะนำมาใช้ผลักดันนโยบายดังกล่าว เพื่อมิให้เป็นเพียงการสร้างความฝันอันเลื่อนลอย
อันเป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ สอดคล้องกับประกาศเรื่องหลักเกณฑ์ และวิธีการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา
เนื่องจากการเมืองที่ผ่านมา เป็นการขับเคลื่อนและแข่งขันด้วยนโยบายการบริหารประเทศ เป็นประชาธิปไตยที่กินได้อย่างแท้จริง ซึ่งบางพรรคดำเนินการจนประสบคามสำเร็จมาแล้ว
ต่อมาพรรคการเมืองอื่นๆ จึงต้องชูนโยบายเข้าแข่งขันบ้าง แต่ก็มีบางนโยบายที่ขาดผู้ตรวจสอบ ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง หวังเพียงการเอาชนะการเลือกตั้ง
การตรวจสอบในชั้นนี้ จึงเป็นด่านแรกที่จะทำให้พรรคการเมืองยึดพื้นฐานว่าสิ่งใดๆ ที่นำเสนอต่อประชาชนต้องมีความเป็นได้จริง มิใช่เป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อหวังผลทางการเมืองเท่านั้น