อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ชี้แจงกรณีอัยการส่งกลับสำนวนคดีฟอกเงินและอั้งยี่ ที่เกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือกสว. เพื่อให้สอบสวนเพิ่มเติม หลังพนักงานสอบสวนคดีพิเศษสั่งฟ้องผู้ต้องหาชุดแรก 8 คน

โดยอธิบดีดีเอสไอระบุว่า ประเด็นหลักที่อัยการส่งสำนวนกลับนั้น เนื่องจากอัยการมองว่าความผิดหลักในคดีนั้น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่ได้พิจารณา

ดังนั้น อัยการจึงอยากให้สำนวนของกกต.มารวมด้วย ทางดีเอสไอจึงมีหนังสือแจ้งกกต. เพื่อขอรายละเอียดสำนวนคดี แต่กกต.ยังไม่ส่งข้อมูลมาให้

ด้วยเหตุดังกล่าว ดีเอสไอจึงนัดประชุมร่วมกับอัยการ เพื่อวางแนวทางการสอบสวนคดีเพิ่มเติมต่อไป

สำหรับคดีฮั้วสว.ที่อยู่ในการสอบสวนของดีเอสไอนั้น เกี่ยวข้องกับความผิดฟอกเงินและอั้งยี่ มีการรวบรวมพยานหลักฐาน และสอบพยานไปแล้วกว่า 1,200 ราย จนนำมาสู่การสั่งฟ้องผู้ต้องหาชุดแรก

ขณะเดียวกันกลุ่มสว.ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง โดยกล่าวหาว่าทั้งสองขณะดำรงตำแหน่ง ได้ใช้ดีเอสไอเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้ง และแทรกแซงคดี

ต่อมาศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ไม่ปรากฏพฤติการณ์ว่าผู้ถูกร้องทั้งสองเป็นไปตามข้อกล่าวหา ไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง ไม่มีการกระทำต้องห้ามตามกฎหมาย

จึงวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้งสองไม่สิ้นสุดลง

จากคำวินิจฉัยจึงเป็นสิ่งยืนยันว่าการสอบสวนดำเนินคดีฮั้วสว.เป็นไปตามกฎหมาย ไม่มีการกลั่นแกล้ง และแทรกแซงคดีจากรัฐมนตรีในขณะนั้น ส่งผลให้คดียังคงเดินหน้าต่อไป

อย่างไรก็ตาม ยังมีคดีฮั้วสว.อีกส่วนหนึ่งอยู่ในการสอบสวนดำเนินคดีของกกต. มีผู้ถูกกล่าวหามากถึง 229 ราย ในจำนวนนี้เป็นสว. 138 ราย

แต่ปรากฏว่าสำนวนคดียังติดค้างอยู่ในชั้นคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ยังไม่ส่งเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่กกต. เพื่อพิจารณาส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง รวมถึงกรณีที่ยังไม่ตอบรับหนังสือขอความร่วมมือจากดีเอสไอ

จากเหตุดังกล่าวจึงเริ่มมีเสียงจากผู้มีส่วนได้เสียและกระแสสังคม เรียกร้องให้กกต.ตระหนักต่อหน้าที่ความรับผิดชอบคดีฮั้วสว. ที่ต้องทำให้รุดหน้าต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน