กรณีธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เตรียมส่งข้อมูลการเบิกถอนเงินสดผิดปกติ ให้สำนักงาน ปปง. และ กกต.ตรวจสอบ ถือเป็นสัญญาณที่ไม่ดีนัก ในห้วงเวลาที่ประเทศกำลังเข้าสู่การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.

ท่ามกลางข้อครหาของสังคมว่า การเลือกตั้ง สส.ครั้งนี้อาจเป็นอีกครั้งที่เงินถูกใช้เป็นอาวุธหลัก ในการช่วงชิงอำนาจทางการเมืองอย่างหนักหน่วง

ข้อเท็จจริงจากนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท. ในงานสัมมนา “Thailand Blooming 2026 ปลุกอนาคตประเทศไทย” ซึ่งจัดโดย มติชน คือแค่ช่วงเวลาไม่ถึง 10 วัน หลังมีหนังสือเวียนให้ธนาคารพาณิชย์รายงานธุรกรรมต้องสงสัย ก็ได้พบการเบิกถอนเงินสด 100-250 ล้านบาท รวมถึงการแลกเป็นธนบัตรชนิดราคา 100 บาท และ 500 บาท

ซึ่งไม่อาจอธิบายว่าเป็นธุรกรรมทางธุรกิจปกติ เพราะรูปแบบและช่วงเวลาล้วนสอดคล้องกับบริบททางการเมืองอย่างน่าจับตา

การเบิกถอนเงินสดมหาศาลในช่วงใกล้เลือกตั้ง คือภาพสะท้อนระบบการเมืองไทยที่ ‘เงิน’ หรือที่เรียกว่า ‘กระสุน’ ยังมีอิทธิพลอยู่มาก

การที่ ธปท.เร่งใช้อำนาจตามกฎหมาย ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และเตรียมแก้ไขหลักเกณฑ์การเบิกถอนเงินสด ถือเป็นก้าวสำคัญในการปิดช่องโหว่การฟอกเงิน และเงินทุนสีเทา ที่อาจไหลทะลักเข้าสู่สนามการเมือง

ประกอบกับผลโพลก่อนหน้า ซึ่งพบว่าบางพื้นที่มีการซื้อเสียงสูงถึงหัวละ 7,500 บาท ภาพการเมืองขับเคลื่อนด้วยเงินสด ยิ่งชัดเจนขึ้น ซึ่งไม่ใช่แค่ปัญหาทุจริตเลือกตั้งรายกรณี แต่เป็นปัญหากัดกินรากฐานประชาธิปไตย

หากปล่อยให้เงินซื้ออำนาจได้อย่างเสรี เสียงประชาชนในคูหาเลือกตั้งจะไม่ต่างจาก ‘สินค้า’ ที่ถูกประมูลด้วยราคาตัวเลขสูงสุด

การที่ ธปท.ประกาศส่งข้อมูลให้ ปปง. และ กกต. ตรวจสอบหากพบความเชื่อมโยงกับการเลือกตั้ง จึงเป็นความหวังของสังคมในการยกระดับบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ไม่เลือกปฏิบัติ และไม่เกรงกลัวอิทธิพลการเมือง

ถึงกระนั้นต่อให้ ธปท. ปปง. กกต. ทำงานเข้มแข็งเพียงใด หากประชาชนยังยอมรับเงินซื้อเสียง วงจรอุบาทว์ก็จะไม่สิ้นสุด ประชาชนจึงต้องตระหนัก หากเสียงในคูหาเลือกตั้งถูกใช้เพื่อรับรองนักการเมืองทุจริต การเลือกตั้งก็จะไม่ใช่เครื่องมือของประชาชนอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นเครื่องมือทำลายประชาธิปไตยเสียเอง

กลับกัน หากสังคมปฏิเสธซื้อสิทธิขายเสียง การเมืองไทยก็มีโอกาสหลุดพ้นจากวังวนเดิม และเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยที่มีคุณค่าอย่างแท้จริง

การทำให้เลือกตั้งบริสุทธิ์ เที่ยงธรรม ปลอดเงินซื้อเสียงสกปรก จึงไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานรัฐเท่านั้น แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของประชาชนทุกคน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน