วันอาทิตย์ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ใช่แค่วันเลือกตั้งตามปกติ เพราะประชาชนต้องใช้สิทธิกาบัตรพร้อมกันถึง 3 ใบ ได้แก่ บัตรเลือกตั้ง สส. 2 ใบ สีเขียว-เลือกคน สีชมพู-เลือกพรรค และบัตรออกเสียงประชามติอีก 1 ใบ

ภายใต้ความซับซ้อนของกระบวนการครั้งนี้ การเตรียมตัวทำความเข้าใจของประชาชนจึงเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อให้การใช้สิทธิออกเสียงเป็นไปอย่างถูกต้อง สุจริตและไม่ตกเป็นเหยื่อความสับสนหรือบิดเบือน

ขั้นตอนการใช้สิทธิ หน่วยเลือกตั้งจะกำหนดเข้า-ออกทางเดียว ผู้มาใช้สิทธิทั้งเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ต้องแสดงตน 2 ครั้ง ครั้งแรก แสดงตนเพื่อรับบัตรเลือกตั้ง สส. 2 ใบ ลงคะแนนให้เรียบร้อย

ครั้งที่สอง แสดงตนเพื่อรับบัตรออกเสียงประชามติ ก่อนออกจากหน่วยเลือกตั้งตามช่องทางที่กำหนด

กรณีผู้ประสงค์จะออกเสียงประชามติอย่างเดียว โดยไม่เลือกตั้ง สส. สามารถทำได้ โดยใช้ช่องทางฟาสต์แทร็ก โดยจะมีเจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) คอยอำนวยความสะดวกทุกขั้นตอน และบันทึกไว้เป็นหลักฐาน แต่การไม่เลือกตั้ง สส. จะทำให้เสียสิทธิทางการเมืองบางประการ

แนวปฏิบัติหลักของ กกต. ย้ำชัดว่าหากจะใช้สิทธิทั้งสองอย่าง ต้องเลือกตั้ง สส.ก่อนจึงจะไปออกเสียงประชามติได้ ไม่สามารถสลับลำดับได้

สำหรับผู้เคยลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกราชอาณาจักร แต่เปลี่ยนใจกลับมาใช้สิทธิในประเทศ ไม่สามารถทำได้ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบรายชื่ออย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการแอบอ้างสิทธิ โดยเฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนนอกเขตเลือกตั้ง

หากเกิดเหตุวุ่นวาย ก่อกวน หรือทำลายบัตรลงคะแนน จะมีตำรวจประจำหน่วยคอยดูแลความปลอดภัย ผู้กระทำผิดจะถูกดำเนินคดีอาญาทันที

กระนั้นก็ตาม สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ สิ่งน่ากังวลกว่าความวุ่นวายหน้าคูหา คือ การปรากฏข้อมูลอย่างกว้างขวาง ถึงการใช้เงินซื้อเสียงและการใช้อำนาจรัฐเข้าแทรกแซง พฤติการณ์เช่นนี้ไม่เพียงผิดกฎหมาย แต่ยังบ่อนทำลายหลักการเลือกตั้งสุจริต เสรีและเป็นธรรม

ประชาธิปไตยจะยืนหยัดอยู่ได้ก็ด้วยความกล้าหาญของประชาชน เลือกคนที่ใช่ เลือกพรรคที่ชอบ ด้วยเหตุผลและวิจารณญาณของตัวเอง ชัยชนะที่ประเทศควรได้เห็น ต้องไม่มาจากอำนาจเงิน หรืออำนาจรัฐ แต่ต้องมาจากอำนาจของประชาชนอย่างแท้จริง

ในห้วงเวลาสำคัญนี้ ความรับผิดชอบต่ออนาคตของประเทศ ไม่ได้อยู่ที่ กกต.หรือเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น แต่อยู่ที่ประชาชนทุกคนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย

ที่จะต้องไม่หวั่นไหวโอนอ่อนต่ออำนาจที่ไม่ชอบธรรม ไม่เห็นแก่เงินซื้อเสียง ต้องไม่ยอมให้ใครมาบงการชี้นำการตัดสินใจทางออกของประเทศโดยเด็ดขาด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน