ผลประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้สะท้อนเสียงข้างมากอย่างท่วมท้น จากผู้มาใช้สิทธิ์ที่ลงคะแนน “เห็นชอบ” มากกว่า 20 ล้านเสียง หรือมากกว่า 65 % ต่อคำถามว่า “เห็นชอบหรือไม่ที่จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่”

ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่ชัยชนะของกระบวนการประชาธิปไตย แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณการเมืองที่ชัดเจนว่า ประชาชนต้องการ “เปลี่ยนกติกาใหญ่” เพื่อออกจากวงจรความขัดแย้งเดิมที่ยืดเยื้อมานานกว่าทศวรรษ

อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความน่ายินดีจากผลประชามติ ก็ได้เกิดคำถามสำคัญที่ไม่อาจมองข้าม ภายใต้รัฐบาล “อนุทิน 2” ซึ่งมีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ และชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย

รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไปถึงปลายทางตามเจตจำนงของประชาชนได้จริงหรือไม่

ความกังวลนี้ไม่ได้เกิดจากอคติทางการเมือง หากแต่ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงว่า พรรคภูมิใจไทยมีภาพลักษณ์และจุดยืนแบบ “อนุรักษนิยม” และเคยแสดงท่าทีชัดเจน ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งถูกวิพากษ์ว่าเป็นผลผลิตจากยุค คสช.มาโดยตลอด

คำเตือนนี้สอดคล้องกับมุมมองนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ที่ชี้ให้เห็นว่า ภายใต้โครงสร้างกติกาการเมืองเดิม ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญปี 2560 กฎหมายยุทธศาสตร์ชาติ หรือกลไกองค์กรอิสระ การเมืองไทยแทบไม่เปิดพื้นที่ให้เกิดความหวังใหม่อย่างแท้จริง

มีความเป็นไปได้ว่า การเปลี่ยนผ่านหลังการเลือกตั้ง 8 ก.พ. อาจเป็นเพียงการเปลี่ยนหน้าตารัฐบาล มากกว่าเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจ

รัฐบาลใหม่อาจให้ความสำคัญกับการประคองเสถียรภาพของตัวเอง มากกว่าการเร่งผลักดันการปฏิรูปกฎหมายสูงสุดของประเทศ

ทางออกที่เป็นรูปธรรมที่สุด จึงเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเริ่มจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างจริงจัง ผ่านกระบวนการที่เปิดกว้างให้ประชาชนมีส่วนร่วม กระบวนการนี้ยังมีอีกหลายด่าน ตั้งแต่การแก้ไขมาตรา 256 การทำประชามติหลายครั้ง ไปจนถึงการรับรองร่างสุดท้าย ซึ่งอาจใช้เวลายาวนานถึง 1 ปีครึ่งหรือมากกว่า

ดังนั้น หากรัฐบาลใหม่ “อนุทิน 2” เลือกที่จะเตะถ่วงหรือยื้อเวลา เสียงเห็นชอบกว่า 20 ล้านเสียงก็อาจสูญเปล่า และความคาดหวังของสังคมอาจกลับกลายเป็นชนวนวิกฤตการเมืองรอบใหม่

พรรคการเมืองฝ่ายเสรีนิยมประชาธิปไตย ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน จึงไม่อาจทำหน้าที่เพียง “ผู้เฝ้ามอง” หากต้องร่วมกันกดดันและเรียกร้องให้รัฐบาลเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยทันที

เพราะนี่ไม่ใช่เพียงนโยบายหนึ่งของรัฐบาล แต่คือพันธสัญญาประชาธิปไตย ต่อเจตจำนงของประชาชนทั้งประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน