การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันเลือกตั้งล่วงหน้า วันที่ 1 ก.พ.2569 มีความบกพร่อง และผิดพลาด หลายภาคส่วนสังคมเรียกร้องให้แก้ไขปรับปรุง

แต่ต่อมาเมื่อวันเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 ความบกพร่อง และความผิดพลาด กลับไม่ได้รับการปรับปรุงและแก้ไข อีกทั้งยังทวีความรุนแรงมากขึ้น จนส่งผลกระทบ และสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

ไม่ว่าจะเป็นจำนวนบัตรเสียที่มากผิดปกติ บัตรเกิน บัตรเขย่ง หรือจำนวนคะแนนมากกว่าจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตนั้นๆ เป็นต้น จนเกิดการประท้วงหลายเขตเลือกตั้ง และหลายจังหวัดอยู่ในขณะนี้ เพื่อเรียกร้องให้กกต.นับคะแนนใหม่

แต่จนบัดนี้ ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข หรือการชี้แจง เพื่อให้สังคมคลายความเคลือบแคลงสงสัยแต่อย่างใด

นอกจากเรื่องการเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ หรือเปิดเผยผลการนับคะแนนของทุกหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศแล้ว ยังมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้เงินซื้อเสียง และการวางตัวของเจ้าหน้าที่รัฐ

เช่น กรณีพรรคเพื่อไทยมีข้อสงสัยเรื่องการใช้เงินในหลายพื้นที่ มีความเคลื่อนไหวทางการเงินที่ผิดปกติจำนวนมาก ดังที่ธนาคารแห่งประเทศไทยพบการเบิกถอนเงินสดผิดปกติในช่วงเลือกตั้ง

หรือกรณีพรรคประชาชาติ ระบุถึงการใช้อำนาจรัฐโดยมิชอบ มีพฤติกรรมข่มขู่ขณะลงพื้นที่หาเสียง ใช้อิทธิพลบังคับไม่ให้ลงคะแนนเสียง เจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนช่วยเหลือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด และมีการวนเวียนเข้าไปใช้สิทธิหย่อนบัตร เป็นต้น

ข้อสงสัย และข้อร้องเรียนทั้งหลาย กกต.ต้องเร่งชี้แจง และตรวจสอบโดยด่วน

แต่ที่ผ่านมา กกต.ทั้ง 7 คน ยังไม่ออกมาให้ความกระจ่างแก่สังคม มีเพียงระดับสำนักงานเลขาธิการกกต. ออกมาชี้แจง แต่ก็เป็นไปในลักษณะกำกวม ตัดสินใจอะไรไม่ได้ โดยอ้างต้องรอที่ประชุมใหญ่กกต.พิจารณา

ด้วยเหตุทั้งหลายเหล่านี้ จึงสร้างความไม่พอใจแก่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในหลายพื้นที่ และหลายจังหวัดทั่วประเทศ กลายเป็นความปั่นป่วนวุ่นวายหลังเลือกตั้ง

เพราะขนาดผลการนับคะแนนครบ 100 เปอร์เซ็นต์ทุกหน่วยเลือกตั้ง ผ่านมาหลายวันแล้ว กกต.ก็ยังไม่สามารถประกาศออกมาให้สาธารณชนรับทราบ รวมถึงสถานที่รวมคะแนนทั้งหมด ก็ไม่ทราบว่าอยู่ตรงไหน

สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ กำลังทำลายความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้งที่ผ่านมา และประชาชนกำลังจะหมดความเชื่อมั่นต่อกกต.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน