ท่ามกลางภาพการจัดตั้งรัฐบาลที่เริ่มชัดเจนขึ้น โดยมีภูมิใจไทยเป็นพรรคแกนนำ เพื่อไทยเป็นพรรคร่วมหลัก โจทย์สำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าพรรคใดได้กี่กระทรวง แต่อยู่ที่ว่ารัฐบาลใหม่จะเริ่มต้นอย่างไรให้ประชาชนรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง
ผลสำรวจสถาบันพระปกเกล้า เรื่อง “ประเด็นเร่งด่วนที่อยากให้รัฐบาลใหม่ทำหลังเลือกตั้ง” ให้คำตอบชัดเจนตรงไปตรงมาว่าประชาชนต้องการให้รัฐบาลเริ่มงานทันที จากเรื่องที่กระทบชีวิตประจำวันโดยตรง
ภาพใหญ่ร้อยละ 38 ต้องการให้แก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นอันดับแรก รองลงมาคือ ปัญหาสังคม ร้อยละ 32.3 และการเมือง ร้อยละ 29.7
นี่คือสัญญาณชัดเจนจากประชาชนว่า ความเดือดร้อนเศรษฐกิจปากท้องกำลังนำหน้าทุกวาระ
มิติด้านเศรษฐกิจ เกือบครึ่งหรือร้อยละ 47.8 ต้องการ “ลดรายจ่ายค่าครองชีพ” มากกว่านโยบายเชิงโครงสร้าง หรือการดึงดูดการลงทุนใหม่ๆ
สะท้อนสภาพความเป็นจริงที่รายจ่ายนำรายได้ ครัวเรือนจำนวนมากกำลังอยู่ในภาวะตึงมือ การแก้หนี้ครัวเรือนและกระตุ้นเศรษฐกิจจึงเป็นเรื่องรอง ไม่ใช่ไม่สำคัญ แต่ความเดือดร้อนเฉพาะหน้ารอไม่ได้
มิติด้านสังคม ปัญหายาเสพติดขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้อยละ 33.6 ตามด้วยธุรกิจผิดกฎหมายและสแกมเมอร์ สะท้อนความกังวลเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โยงถึงอาชญากรรม ความรุนแรง และคุณภาพชีวิตในชุมชน
ประเด็นที่โดดเด่นสุดอยู่ในมิติด้านการเมือง ร้อยละ 52.7 ต้องการให้รัฐบาล “แก้ปัญหาคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง” ทิ้งห่างประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญ ความขัดแย้งทางการเมือง หรือปัญหาชายแดน ซึ่งนับเป็นสารสำคัญจากผลสำรวจ
จากคำตอบในมิติการเมือง ประชาชนไม่ได้ต้องการแค่รัฐบาลใหม่ แต่ต้องการมาตรฐานใหม่ของการใช้อำนาจรัฐ ความรู้สึกว่าระบบยังรั่วไหล มีผลประโยชน์ทับซ้อน และการใช้งบฯ ไม่โปร่งใส คือเงื่อนไขบั่นทอนความเชื่อมั่น หากไม่จัดการปัญหานี้นโยบายใดๆ ก็ยากจะไปถึงประชาชน
สรุปแล้วรัฐบาลใหม่ควรทำสองเรื่องคู่ขนาน เรื่องแรกคือ มาตรการปากท้องที่เห็นผลเร็ว ลดค่าครองชีพ บรรเทาหนี้ แก้ยาเสพติด และอาชญากรรม เรื่องที่สอง คือ ยกระดับธรรมาภิบาล ปราบทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างเป็นรูปธรรม
เพราะท้ายที่สุดความสำเร็จของรัฐบาลไม่ได้วัดจากคำแถลงนโยบายสวยหรู แต่วัดจากการที่ประชาชนรู้สึกหรือไม่ว่าชีวิตดีขึ้น และรัฐบาลใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชนอย่างแท้จริง
รัฐบาลผสมที่กำลังก่อรูปไม่ว่าจะสีธงชาติ หรือสีใด จึงต้องตระหนักว่า เสียงข้างมากในสภาไม่สำคัญเท่าความไว้วางใจจากสังคม ผ่านการสร้างผลงานจับต้องได้ กระบวนการบริหารราชการแผ่นดินที่สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้