สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ออกมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงใหม่ใน 3 หน่วยเลือกตั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ. 2569

โดยทั้ง 3 หน่วย ประกอบด้วย 1.ออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งสส. เฉพาะแบบบัญชีรายชื่อ หน่วยเลือกตั้งที่ 4 เขตเลือกตั้งที่ 6 ต.โพนสูง อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี

2.เลือกตั้งสส.เฉพาะแบบแบ่งเขต หน่วยเลือกตั้งที่ 3 เขตเลือกตั้งที่ 1 ต.ไชยสถาน อ.เมืองน่าน จ.น่าน และ 3.เลือกตั้งสส.ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ และลงประชามติใหม่ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 แขวงคันนายาว กทม.

การที่ต้องเลือกตั้งและออกเสียงประชามติใหม่ดังกล่าว ส่วนหนึ่งมาจากความบกพร่องของกกต.เอง

นอกจาก 3 หน่วยข้างต้นแล้ว กกต.ยังมีมติให้เลือกตั้งและนับคะแนนใหม่อีก 8 หน่วยเลือกตั้ง ในพื้นที่ 5 จังหวัด นับเฉพาะแบบสส.แบ่งเขต คือที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ 2 หน่วยเลือกตั้ง อ.สามร้อยยอด

จ.เพชรบูรณ์ 2 หน่วยเลือกตั้งที่อ.เมืองเพชรบูรณ์ และอ.หนองไผ่ ส่วนจ.กำแพงเพชร 2 หน่วยเลือกตั้งที่อ.เมืองกำแพงเพชร ขณะที่จ.สกลนคร 1 หน่วยเลือกตั้งที่อ.เมืองสกลนคร

ส่วนอีก 1 หน่วยเลือกตั้งในพื้นที่อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา กกต.สั่งให้เป็นการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ ทั้งสส.แบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ

แม้การเลือกตั้งและนับคะแนนใหม่ จะมีขึ้นเฉพาะหน่วยที่มีปัญหา แต่ย่อมกระทบต่อการรับรองผลการเลือกตั้ง ที่ต้องทอดเวลาออกไปอีก

ขณะเดียวกัน จากการประชุมกกต.ที่ผ่านมา ยังพบความผิดปกติของจำนวนบัตรเลือกตั้ง ไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง หรือที่เรียกกันว่าบัตรเขย่ง ซึ่งคาดว่าอาจต้องสั่งนับคะแนนใหม่เพิ่มเติมอีกกว่า 20 หน่วย

จึงทำให้ขณะนี้ กกต.ยังไม่สามารถเปิดเผยรายงานผลคะแนนอย่างเป็นทางการได้ รวมถึงจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งออกไปใช้สิทธิ์คิดเป็นจำนวนกี่เปอร์เซ็นต์กันแน่

การเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 เต็มไปด้วยข้อผิดพลาด และเกิดคำถามถึงประสิทธิภาพของกกต. ที่ต้องนำไปสู่การเลือกตั้งและนับคะแนนใหม่ รวมถึงกรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ที่อาจจะนำไปสู่การวินิจฉัยให้เลือกตั้งเป็นโมฆะได้

ที่สำคัญคือสิ่งเหล่านี้เกิดจากการบริหารจัดการของกกต. แต่กลับส่งผลกระทบ และโยนภาระให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง คำถามคือในส่วนนี้ กกต.จะรับผิดชอบอย่างไร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน