กองทัพภาคที่ 1 ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีพลทหารสังกัดกรมปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ จ.ปราจีนบุรี เสียชีวิตในเรือนจำทหาร ท่ามกลางข้อเคลือบแคลงสงสัย

โดยแม่ทัพภาคที่ 1 สั่งการให้ตั้งกรรมการสอบสวนจากส่วนกลาง เพื่อตรวจสอบหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมครอบคลุมทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งหน่วยต้นสังกัด และญาติผู้เสียชีวิต

นอกจากนี้ ยังย้ายผู้บัญชาการเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 12 ไปช่วยราชการในระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม พร้อมยืนยันไม่มีนโยบายสนับสนุน หรือปกป้องการกระทำผิด กำชับให้ทุกกระบวนการสอบสวนโปร่งใส ตรงไปตรงมา เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

เป็นข้อชี้แจงอธิบายของกองทัพภาคที่ 1 ต่อการเสียชีวิตของกำลังพลระหว่างถูกคุมขังในเรือนจำ

กรณีนี้สืบเนื่องจากการเปิดเผยของอดีตผู้สมัครสส.รายหนึ่ง โดยระบุว่า ก่อนที่พลทหารจะเสียชีวิตนั้น ถูกลงโทษด้วยการสั่งขังในเรือนจำ เพราะลากลับบ้านเกินกำหนด

หลังถูกขังผ่านไป 10 วันก็เกิดอาการล้มลง ชักเกร็งหมดสติ ถูกนำส่งร.พ.ค่ายทหาร ต่อมาแพทย์แจ้งว่าไม่มีชีพจร ก่อนเสียชีวิต โดยระบุว่าสาเหตุเกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจโตผิดปกติ

การเสียชีวิตดังกล่าวทำให้เกิดข้อสงสัยจากครอบครัว อาทิ ผู้ต้องขังให้การไม่สอดคล้องกัน และหลังฌาปนกิจแล้ว ปรากฏว่าพบช้อนปะปนอยู่ในเถ้ากระดูก ทั้งที่ก่อนเผาศพนั้น สัปเหร่อได้ตรวจอย่างละเอียดแล้ว

จึงสงสัยว่าอาจถูกรุมทำร้าย หรือซ้อมทรมานระหว่างถูกคุมขังหรือไม่

การเป็นทหารถือว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติศักดิ์ศรี มีความสำคัญต่อประเทศชาติ เพราะเสมือนเป็นรั้วของชาติ คอยปกปักรักษาอธิปไตยดินแดน ดังเช่นกรณีสู้รบกับประเทศเพื่อนบ้านในขณะนี้ ซึ่งทหารและกองทัพได้รับเสียงชื่นชมและยกย่องไปทั่ว

แต่ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาเกิดเหตุที่ไม่ถูกต้องต่อกำลังพลทหาร โดยเฉพาะทหารชั้นผู้น้อย อาทิ การให้ไปรับใช้นายทหารชั้นผู้ใหญ่ หรือถูกกระทำอย่างไม่เหมาะสม จนนำไปสู่การเสียชีวิต ดังที่เคยปรากฏเป็นข่าวมาแล้ว

กรณีรายล่าสุดนี้ แม้ผลการตรวจชันสูตรพลิกศพไม่พบร่องรอยถูกทำร้ายร่างกาย ไม่มีสมองช้ำ หรือเลือดออกในสมอง แพทย์ลงความเห็นเสียชีวิตจากภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน

แต่ก็สมควรอย่างยิ่งที่ต้นสังกัดต้องสอบข้อเท็จจริงให้กระจ่างชัด และสิ้นสงสัย เพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน