ในห้วงก่อนและหลังการเลือกตั้งสส.เป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นต้นมา เกิดเหตุความไม่สงบ และความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เรื่อยมา
ที่ปรากฏเป็นเหตุการณ์ใหญ่ ส่งผลกระทบและสูญเสีย เช่นกรณีวางระเบิดและเผาปั๊มน้ำมันปตท. 11 แห่ง กระจายทั่วพื้นที่จ.ปัตตานี จ.ยะลา และจ.นราธิวาส
ติตตามด้วยการวางระเบิดทำร้ายเจ้าหน้าที่และประชาชน พ่นข้อความเชิงสัญลักษณ์ วางวัตถุต้องสงสัย เผายางรถยนต์ เสาไฟฟ้า และกล้องวงจรปิด ล่าสุดเมื่อ 10 มี.ค.2569 วางระเบิดที่จ.ยะลา เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ
ทั้งหลายเหล่านี้ตอกย้ำถึงปัญหาชายแดนภาคใต้ ที่ยังต้องได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง ถูกทิศทาง เพื่อสร้างสันติสุขถาวร
หลังการเลือกตั้งสส.เป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 14 พ.ค.2566 พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำรัฐบาลผสม มีความพยายามที่จะแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ โดยหวังที่จะใช้เรื่องเศรษฐกิจ และการพัฒนาเป็นตัวขับเคลื่อน
ควบคู่ไปกับนำการเมืองนำการทหาร ดังปรากฏผ่านการแต่งตั้งเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่มีแนวคิดงานมวลชน การอำนวยความยุติธรรม รวมทั้งแต่งตั้งพลเรือนเป็นหัวหน้าคณะพูดคุยเจรจา
แต่ในทางปฏิบัติก็เกิดปัญหาความเป็นเอกภาพ โดยเฉพาะกลไกกระทรวงมหาดไทย ที่อยู่ในการกำกับดูแลของพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ขับเคลื่อนสอดรับเท่าที่ควร
จนกระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเมื่อปลายปี 2568 ดังที่ทราบกัน ซึ่งส่งผลกระทบแก้ปัญหาไฟใต้ไปด้วย
ผลการเลือกตั้งสส. เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ชนะถล่มทลาย ได้สส.ที่ผ่านการรับรองแล้ว 191 คน เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
นายอนุทินให้สัมภาษณ์หลังการเลือกตั้งว่า มีสส.มุสลิมเพิ่มขึ้น 12 คน เชื่อว่าจะนำความสงบ ความสามัคคี และความเรียบร้อยมาสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้
จึงเป็นที่คาดหวังว่า การแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้จะเป็นหนึ่งในนโยบายของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย เพื่อนำความสงบสันติสุขถาวรกลับคืนสู่พื้นที่
ที่สำคัญต้องไม่ละทิ้งแนวทางการพูดคุยเจรจาเป็นหลัก มากกว่าการบังคับใช้กฎหมายอย่างแข็งกร้าว ทั้งต้องมีความเข้าใจอัตลักษณ์ และความเป็นพหุสังคมในพื้นที่ด้วย