สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ประชุมนัดแรกเพื่อเลือกประธานกับรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 และคนที่ 2 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตามระเบียบข้อบังคับทุกประการ
มติที่ประชุมเห็นชอบให้นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ดำรงตำแหน่งประธาน ด้วยคะแนน 289 เสียง ส่วนนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่พรรคฝ่ายค้านเสนอชื่อเข้าแข่งขัน ได้คะแนนรวม 123 เสียง
โดยสมาชิกมีผู้งดออกเสียงจำนวน 80 เสียง บัตรเสีย 5 ใบ จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ร่วมประชุมรวม 497 คน จากทั้งหมดจำนวน 500 คน
จึงเป็นอันว่านายโสภณได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ด้วยเสียงท่วมท้น และจะดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาด้วย เป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้
จากนั้นประธานชั่วคราวของที่ประชุมได้ดำเนินการเลือกรองประธาน คนที่ 1 ซึ่ง น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สส.ลพบุรี พรรคภูมิใจไทย ได้รับความเห็นชอบเป็นอัตโนมัติ เนื่องจากไม่มีผู้เสนอชื่ออื่นเข้าแข่งขัน
ส่วนรองประธาน คนที่ 2 ได้แก่ นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.เลย พรรคเพื่อไทย ได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งนั้นโดยดุษณี เนื่องจากไม่มีผู้เสนอชื่ออื่นเข้าแข่งขันเช่นกัน
หลังจากนี้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจักได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อให้นำเสนอรายชื่อบุคคลทั้งสามขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอย่างเป็นทางการต่อไป
ล่าสุด นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ได้ทำหนังสือต่อเลขาธิการสำนักงานคณะรัฐมนตรี เพื่อแจ้งมติของที่ประชุมถึงการเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งประธานรวมถึงรองประธานทั้ง 2 คนแล้ว
เมื่อประมุขฝ่ายนิติบัญญัติและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 2 คนได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่แล้ว กระบวนการด้านนิติบัญญัติแห่งอำนาจหน้าที่ในสภาก็จักดำเนินต่อไปตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้โดยไม่ขาดตอน
อย่างไรก็ตาม ช่วงการแสดงวิสัยทัศน์เป็นที่น่ายินดีว่าประธานและรองประธานทั้ง 3 คน ให้คำมั่นว่าจักปฏิบัติหน้าที่อย่างเที่ยงธรรมเพื่อให้สภาทำหน้าที่รับใช้ประชาชน ตรวจสอบการบริหารรัฐบาล สร้างศรัทธาต่อระบอบประชาธิปไตยให้จงได้
จากนี้ไปสังคมทุกภาคส่วนตลอดจนประชาชนทั้งหลาย จักต้องร่วมติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของประธานและรองประธานอย่างใกล้ชิดว่าได้ยึดวิสัยทัศน์ที่แสดงและให้ไว้ต่อที่ประชุมอย่างจริงใจหรือไม่
รวมถึงต้องแสดงบทบาทให้สังคมเห็นว่าเป็นผู้นำฝ่ายนิติบัญญัติที่เข้มแข็ง ปราศจากการครอบงำหรือเข้าข้างฝ่ายบริหารที่เป็นพรรคในสังกัด มีความสง่างาม มีศักดิ์ศรี ยึดความถูกต้องและประโยชน์สุขประชาชนเป็นหลักอย่างสุจริต