คดียิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ขณะเดินทางกลับเข้าบ้านพักที่อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ดำเนินมาถึงจุดสำคัญของคดี
เมื่อเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมอดีตอาสาสมัครทหารพราน ซึ่งจากพยานหลักฐานระบุว่า เป็นคนที่ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงใส่เป้าหมาย โดยหลังก่อเหตุได้หลบหนีออกนอกพื้นที่ ก่อนถูกรวบตัวที่จ.กาญจนบุรี
จนถึงขณะนี้มีผู้ต้องหาถูกจับกุมแล้ว 4 ราย คือ อดีตทหารนาวิกโยธิน ซึ่งเป็นผู้รับงานและจัดหาคนลงมือ คนขับรถให้คนลงมือยิง เจ้าของอู่ชำแหละรถทำลายหลักฐาน และรายล่าสุดอดีตทหารพราน
ยังเหลือผู้ต้องหาที่เป็นอดีตเรือเอกทหารนาวิกโยธิน และผู้บงการที่อยู่เบื้องหลัง
ขณะเดียวกันยังมีอีกความเคลื่อนไหว คือการสอบข้อเท็จจริงกรณีรถยนต์ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ที่มีทหารยศนาวาเอกเข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากเป็นผู้ให้ยืมรถไปใช้
ล่าสุดแม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผอ.รมน.ภาค 4 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ออกมาแถลงยืนยันถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว
โดยระบุว่าเข้าข่ายความผิดหลายมิติ ตั้งแต่ความผิดทางแพ่ง เนื่องจากจงใจฝ่าฝืนระเบียบของทางราชการ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของรัฐ ตามด้วยความผิดทางวินัยร้ายแรง
รวมถึงความผิดอาญา เกี่ยวข้องกับการทุจริตต่อหน้าที่ และประเด็นสำคัญคือ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบยิงหรือไม่
แม่ทัพภาคที่ 4 ยืนยันว่าเหตุการณ์นี้เป็นการกระทำส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่ ที่ฝ่าฝืนระเบียบและกฎหมายอย่างชัดเจน มิได้เป็นนโยบาย คำสั่ง หรือการดำเนินการใดๆ ของหน่วยงาน และไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจของกอ.รมน.แต่อย่างใด
พร้อมทั้งกำชับให้เพิ่มความเข้มงวด ในการกำกับดูแลทรัพย์สินของทางราชการ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้อีก และยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด ไม่ละเว้นต่อผู้กระทำความผิดทุกกรณี
จากการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหา รวมถึงการสอบสวนกรณีรถของทางราชการถูกนำไปใช้ก่อเหตุยิงสส. ก็นับว่ามีความคืบหน้าที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ดังนั้น หวังว่าแม่ทัพภาคที่ 4 ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จะไม่หยุดเพียงเท่านี้ ต้องเร่งขยายผลไปให้ถึงคนบงการ กลุ่มที่อยู่เบื้องหลังต่อไปด้วย