ปฏิบัติการบุกจับขบวนการทุจริตสอบกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) โดยป.ป.ช.ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง และบก.ปปป. นับเป็นคดีสั่นสะเทือนกระทรวงมหาดไทยและวงการราชการไทย

ความร้ายแรงของคดีไม่ได้อยู่ที่จำนวนผู้เกี่ยวข้อง หรือมูลค่าความเสียหายที่สูงถึง 4.5 พันล้านบาทเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่รูปแบบการกระทำทุจริตที่ไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือเฉพาะราย แต่เป็นการวางระบบเตรียมการล่วงหน้าอย่างเป็นขั้นเป็นตอน

หลักฐานจากการตรวจค้นของชุดจับกุม พบว่ามีการเก็บสำเนากระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบหลายพันราย ก่อนนำมาแก้ไขผ่านระบบคอมพิวเตอร์เพื่อให้คะแนนสอดคล้องกับผลสอบที่ประกาศไปแล้ว

เป็นการบิดเบือนกระบวนการสอบคัดเลือกบุคลากรของรัฐอย่างร้ายแรง เพราะไม่ใช่แค่ทำให้ผู้ทุจริตได้รับตำแหน่ง แต่ยังทำลายโอกาสผู้เข้าสอบที่ใช้ความรู้ความสามารถโดยสุจริตอีกด้วย

หลังการบุกจับ ปลัดกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งย้าย อธิบดี สถ. ออกจากตำแหน่งทันที พร้อมสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง

ในทางการเมือง มีการเผยแพร่คลิปเสียงที่อ้างถึงบุคคลในกระทรวงมหาดไทย รวมถึงอดีตรัฐมนตรีช่วยบางราย แม้ผู้ถูกพาดพิงจะออกมาปฏิเสธชัดเจนแล้วก็ตาม แต่ก็ยิ่งทำให้สังคมเรียกร้องให้มีการสอบสวนตรงไปตรงมาและโปร่งใสมากขึ้น

หากย้อนดูประวัติศาสตร์ คดีนี้มีลักษณะคล้ายกับมหากาพย์โกงสอบครั้งใหญ่ในอดีต ไม่ว่าคดีทุจริตสอบโรงเรียนนายอำเภอ ปี 2552 คดีสอบพนักงานส่วนตำบลที่จังหวัดมหาสารคาม ปี 2557 ซึ่งจบลงด้วยการดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ทั้งข้าราชการ ผู้บริหารท้องถิ่น บุคลากรทางการศึกษาและผู้เข้าสอบ

แม้รายละเอียดคดีจะแตกต่างกัน แต่ที่เหมือนกันคือการแก้ไขหรือปลอมแปลงคะแนนสอบหลังการสอบเสร็จสิ้น โดยมีการวางแผนล่วงหน้าและอาศัยความร่วมมือจากบุคคลภายใน

ดังนั้น สิ่งที่สังคมต้องการไม่ใช่เพียงหาผู้รับผิดชอบระดับปฏิบัติการ หรือลงโทษเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยเท่านั้น แต่ต้องสาวไปให้ถึงผู้บงการ ผู้สั่งการและผู้ได้รับผลประโยชน์ตัวจริง ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใดก็ตาม

คดีโกงสอบท้องถิ่นปี 2569 ไม่ใช่เพียงคดีทุจริตธรรมดา แต่เป็นบททดสอบสำคัญของกระบวนการยุติธรรมและความน่าเชื่อถือของระบบราชการไทย เพราะผลกระทบลุกลามไปถึงผู้เข้าสอบนับหมื่นคน ข้าราชการจำนวนมากและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐโดยตรง

จากนี้ต้องจับตาว่าการสอบสวนขยายผลสาวไปถึง “ตัวการใหญ่” และนำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมารับผิดได้มากน้อยเพียงใด

ขณะเดียวกันรัฐต้องตอบคำถามสำคัญให้ได้ว่าจะคืนความเป็นธรรมให้ผู้สอบผ่านโดยสุจริต และฟื้นฟูศรัทธาต่อระบบคัดเลือกบุคลากรภาครัฐที่สั่นคลอนอย่างหนักในครั้งนี้อย่างไร

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน