เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ ความโดยสังเขปว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า โดยที่ทรงพระราชดำริว่าพระสงฆ์ซึ่งดำรงในสมณคุณ มีอุปการะยิ่งแก่การพระศาสนา สมควรจะได้เลื่อนอิสริยฐานันดรในสมณศักดิ์สูงขึ้นมีอยู่

จึงทรงพระกรุณาโปรดสถาปนา พระพรหมวชิรเวที ขึ้นเป็น สมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามตามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระญาณวชิโรดม สถิต ณ วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร

ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม พุทธศักราช 2569 ออกประกาศ ณ วันที่ 5 กรกฎาคม พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน นับเป็นสมเด็จพระราชาคณะรูปล่าสุด ที่ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนา

ก่อนหน้าเมื่อวันที่ 18 เมษายน พุทธศักราช 2569 ทรงพระกรุณาโปรดสถาปนาสมณศักดิ์ พระพรหมมุนี วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร ขึ้นเป็น สมเด็จพระราชาคณะ มีราชทินนามตามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระมหาวชิรมุนีวงศ์ มาแล้ว 1 รูป

สำหรับสมเด็จพระราชาคณะ เป็นสมณศักดิ์ชั้นสูงในคณะสงฆ์ เป็นรองก็แต่สมเด็จพระสังฆราชเท่านั้น ที่ทรงมีสถานะเป็นสกลมหาสังฆปริณายก ประมุขสูงสุดของคณะสงฆ์ไทย

สมณศักดิ์ชั้นสุพรรณบัฏนี้ มีเกียรติและตำแหน่งที่สำคัญ โดยมีคำนำหน้าราชทินนามว่า “สมเด็จ” อันแสดงถึงฐานะที่สูงกว่าพระราชาคณะเจ้าคณะรองที่โปรดสถาปนาโดยทั่วไป

รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน มีพระมหาเถระดำรงสมณศักดิ์เป็นสมเด็จพระราชาคณะรวมทั้ง 10 รูป ยกเว้นสมเด็จพระสังฆราช แบ่งเป็นฝ่ายมหานิกาย 5 รูป และธรรมยุติกนิกาย 5 รูป

มีสมเด็จพระราชาคณะ ที่ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่ฝ่ายมหานิกาย 4 รูป และเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต 1 รูป นอกจากนี้ ยังมีสมเด็จพระราชาคณะที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่ แต่ก็เป็นที่ปรึกษาในมหาเถรสมาคม องค์กรสูงสุดของการปกครองคณะสงฆ์ไทย

ในประกาศแห่งพระบรมราชโองการ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงขออาราธนาพระคุณ จงรับธุระพระพุทธศาสนา เป็นภาระสั่งสอน ช่วยระงับอธิกรณ์ และอนุเคราะห์พระภิกษุสามเณรในคณะและในพระอาราม ตามสมควรแก่กำลัง และอิสริยยศ ซึ่งพระราชทานนี้

นอกจากนี้ สมเด็จพระมหาบพิตรสมภารเจ้า ยังพระราชทานพรอันเป็นอุดมมงคลว่าขอให้จงเจริญอายุ วรรณ สุข พล ปฏิภาณ คุณสารสิริสวัสดิ์ จิรัฏฐิติ วิรุฬหิไพบูลย์ ในพระพุทธศาสนาเทอญ

สำหรับสมเด็จพระราชาคณะทั้งสองรูปที่ทรงพระกรุณาสถาปนาในปีนี้ ล้วนเป็นพระมหาเถระฝ่ายธรรมยุติกนิกาย อีกทั้งมีชาติภูมิจากภาคอีสานสมเด็จพระมหาวชิรมุนีวงศ์ มีภูมิลำเนาจังหวัดมหาสารคาม ส่วนสมเด็จพระญาณวชิโรดม มีภูมิลำเนาจังหวัดยโสธร

ทั้งสองรูปล้วนมีบทบาทและเป็นกำลังสำคัญของพุทธจักร ที่จะช่วยขับเคลื่อนกงล้อแห่งธรรมให้หมุนไปสู่ความไพบูลย์ สร้างศรัทธาปสาทะมั่นคงในพระพุทธศาสนาให้ก้าวหน้ายิ่งๆ สืบไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน