เหตุการณ์ยิงกราดภายในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี จนครูและนักเรียนเสียชีวิตรวม 7 ราย บาดเจ็บอีก 22 ราย เป็นความรุนแรงที่สร้างความสะเทือนใจไปทั้งประเทศ

ก่อนหน้านั้น นักเรียนชายผู้ก่อเหตุก็ยิงปลิดชีวิตปู่และย่าจากภายในบ้านพักมาแล้วรวม 2 ศพ ก่อนจะพกพาอาวุธและเครื่องกระสุนที่ลงมือมาก่อเหตุโศกนาฏกรรมซ้ำในโรงเรียน

ความสูญเสียที่ก่อเหตุโดยเยาวชนในครั้งนี้ เป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งที่สอง นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์กราดยิง 3 ศพภายในศูนย์การค้ากลางกรุงเมื่อปี 2566

สังคมจึงตั้งคำถามว่าอะไรคือสาเหตุและแรงจูงใจที่ทำให้เยาวชนอายุยังน้อยมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงและขาดความยับยั้งชั่งคิดในลักษณะนี้ ซึ่งต้องมีข้อสรุปเพื่อนำไปเป็นบทเรียนต่อไปในอนาคต

กรณีที่เกิดในครั้งนี้ ผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ครู สถานศึกษา กำลังระดมข้อมูลเพื่อสอบสวนคลี่คลายข้อเท็จจริง ขณะเดียวกันก็ต้องเร่งฟื้นฟูจิตใจของผู้ประสบเหตุไปพร้อมๆ กัน

รวมถึงให้การเยียวยาความเสียหายแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างเหมาะสมและเป็นจริงอย่างเท่าเทียม นอกจากนี้จักต้องหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยด้วย

ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการนั้น จักต้องเป็นเจ้าภาพใหญ่บูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางมาตรการหาวิธีป้องกันแก้ปัญหาความรุนแรงตั้งแต่ระดับแรกเริ่ม

สถาบันครอบครัว ชุมชน รวมถึงองค์กรด้านศาสนา น่าจะมีส่วนร่วมด้วยช่วยกันในการขัดเกลาทางสังคม ปลูกสำนึกความรู้สึกและสร้างทัศนคติในด้านบวกตั้งแต่วัยเยาว์

อย่างไรก็ตาม การสร้างความรุนแรงเกลียดชังในสังคมนั้น ไม่ใช่เพียงการใช้กำลังหรือคำพูดที่รุนแรง แต่ยังรวมถึงการเพิกเฉย เย็นชา การกีดกัน การล้อเลียน การสร้างความอับอาย เป็นต้น

รวมถึงการกระทำใดๆ เพื่อให้ใครคนใดคนหนึ่งรู้สึกว่าถูกกระทำให้ไร้คุณค่า ลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งจะเป็นบาดแผลที่ฝังติดอยู่ภายในจิตใจจนกลายเป็นปัญหาตามมา

ต่อจากนี้ไป โรงเรียนและสถานศึกษาควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างจริงจัง มีความเท่าเทียม ให้ความเป็นธรรม ปกป้องสิทธิของบุคคลไม่ให้ถูกกลั่นแกล้ง ดูหมิ่นจนรู้สึกโดดเดี่ยว ทอดทิ้งและไร้คุณค่า

สถาบันการศึกษาตลอดจนสมาคมผู้ปกครองและครู กลุ่มเพื่อนนักเรียนด้วยกัน รวมถึงชุมชนรอบๆโรงเรียน จักต้องช่วยกันป้องกันและดูแลไม่ให้เกิดปัญหาความรุนแรงตั้งแต่เริ่มต้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน