กรณีของพรรคประชาธิปัตย์ที่หยั่งเสียงในลักษณะไพรมารีโหวต กรณีของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่มีการแต่งตั้งรักษาการแทนหัวหน้าพรรคเหมือนเป็นเรื่องเล็ก เป็นเรื่องภายในพรรคการ

เช่นเดียวกับที่พรรคอนาคตใหม่เริ่มปฏิบัติตามหลักการใน การกระจายอำนาจขึ้นภายในพรรค

ด้วยการกำหนดเงินงบประมาณไปยังแต่ละจังหวัด

นั่นก็คือ จากเงินค่าสมัครสมาชิกที่ได้มาเป็นของจังหวัด 70 ที่เหลือ 30 เป็นของส่วนกลาง

ไม่ว่าของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าของพรรคอนาคตใหม่

เป็นเรื่อง”ภายใน”ของแต่ละพรรคแน่นอนและเด่นชัด แต่ก็เท่ากับยืนยันทิศทางและแนวทางของพรรค

ภาพเปรียบเทียบจากพรรคประชาธิปัตย์และพรรคอนาคตใหม่ก่อให้เกิดการเปรียบเทียบโดยอัตโนมัติ

เปรียบเทียบไปยัง คสช. ไปยังรัฐบาล

เปรียบเทียบไปยัง พรรคพลังประชารัฐ เปรียบเทียบไปยังพรรครวมพลังประชาชาติไทย อันเป็นองคาพยพ ซึ่งสร้างความชอบธรรมให้กับการสืบทอดอำนาจ

ทำไมเมื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มอบหมายอำนาจให้คนอื่นรักษาการ ทำไม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังเป็นนายกรัฐมนตรีโดยไม่รักษาการทั้งๆที่เข้าโหมด”เลือกตั้ง”

แล้วจะเป็น”กรรมการ” จะเป็น “คนกลาง”ได้อย่างไร

ทำ 4 รัฐมนตรียังคงอยู่ในตำแหน่งทั้งๆที่เป็นหัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค โฆษกพรรค อันเท่ากับเป็นการ สวมหมวก 2 ใบ

ทำไมการกระจายอำนาจจึงเสมอเป็นเพียงการพูดมิได้ลงมือทำจริงอย่างที่พรรคอนาคตใหม่ลงมือทำ

ภาพเปรียบเทียบเหล่านี้อย่าคิดว่าไม่มีความหมาย

การเมืองเป็นเรื่องของ “อำนาจ” อย่างแน่นอน แต่คำถามซึ่งตามมาก็คือ การได้มาซึ่ง “อำนาจ” ดำเนินไปอย่างไร

บริสุทธิ์ และ เที่ยงธรรม หรือไม่

หรือว่ามีการวางกฎกติกาผ่านรัฐธรรมนูญเพื่อความได้เปรียบ หรือว่ามีการใช้ประกาศและคำสั่งมัดมือคนอื่น พรรค การเมืองอื่น

ขณะที่ฝ่ายของตน”บรรเลง”อย่างเต็มที่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน