เพื่อไทยพปชร. จับตาคู่ชิงนายกฯ

เพื่อไทยพปชร. / ขับเคลื่อนเดินหน้าชัดเจนตาม ลำดับ

หลังจากพล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. ประกาศว่า สนใจงานการเมือง ทั้งต่อมายังได้ปฏิเสธเส้นทางเข้าสู่การเมืองในฐานะนายกฯคนนอก

แปลความสอดรับกระแสข่าวที่มี มาตลอด

ผู้นำคสช.เตรียมเข้าร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะแขกพิเศษรับเชิญให้อยู่ในบัญชีนายกฯ ของพรรคที่เสนอต่อประชาชนในการเลือกตั้ง

นอกจากนี้พล..ประยุทธ์ยังกล่าวยืนยันกับนายชินโซ อาเบะ นายกฯญี่ปุ่น ระหว่างไปร่วมประชุมผู้นำประเทศลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่นว่า ไทยจะมีการเลือกตั้งภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562

ขณะเดียวกันพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งตั้งขึ้นมารองรับภารกิจสานต่ออำนาจ ก็เริ่มติดเครื่องเต็มสูบ หลังจัดงานเปิดตัวยิ่งใหญ่อลังการ ต่อด้วยจัดงานระดมสมองคนรุ่นใหม่

รวมถึงจัดกิจกรรมพบปะตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชน จากหลากหลายสาขาอาชีพทั่วประเทศ วันที่ 15 ตุลาคม ที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม

ซึ่งนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาห กรรม ว่าที่หัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ว่าที่เลขาธิการพรรคแบ่งภาคไปร่วมกิจกรรม

ท้าทายเสียงครหาสวมหมวกสองใบ

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมายังมีฉากนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ว่าที่รองเลขาฯพรรคพลังประชารัฐ และว่าที่ผู้สมัคร ส..เขตชลบุรี พร้อมนักการเมืองท้องถิ่น จัดประชุมแกนนำเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราและปาล์มในพื้นที่ สรุปแนวทางแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ เสนอต่อนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ หาทางช่วยเหลือ

ชงเอง กินเองแบบเนียนๆ

เพื่อไทย-พปชร.

บทบาทรัฐมนตรีทีมงานรัฐบาลคสช. กับบทบาทแกนนำทีมงานพรรคพลังประชารัฐ เริ่มผสมกลมกลืนเป็นเนื้อเดียว จนแยกจากกันไม่ออก

กำลังคน งบประมาณ และอำนาจในมือที่ยังถือไว้เต็มพิกัด บวกกับกลไกกับดักต่างๆ ทั้งในรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกเกี่ยวกับพรรค การเมืองและการเลือกตั้ง ได้รับการจัดวางเป็นระบบพร้อมแล้วทุกจุด

จากภาพที่เห็นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก หากพรรคพลังประชารัฐจะได้รับการจัดอันดับจากโพลหลายสำนัก ให้เป็นพรรคเต็ง 1” คว้าชัยเลือกตั้ง

พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะได้กลับมาเป็นนายกฯ อีกรอบ

ยกเว้นจะเกิดสิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมาย ขึ้นเสียก่อน

บรรยากาศการเมืองช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

นอกจากการก่อรูปของพรรคพลังประชารัฐ ยังมีประเด็นพรรคการเมืองอื่นๆ ให้ต้องจับตา โดยเฉพาะในส่วนของพรรคเพื่อไทย ที่มีการแตกพรรคสาขาออกไป

ตามแผนแยกกันเดิน รวมกันตี

ล่าสุด พรรคเพื่อชาติ หลายคนมองว่าเป็นพรรคสาขา 3 ต่อจากพรรคเพื่อธรรม ที่เพิ่งประชุมใหญ่ เปิดตัวหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรค เมื่อเร็วๆ นี้

พล..ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสมช. และสมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ การสู้ศึกเลือกตั้งผ่านพรรคเพื่อไทย เพื่อธรรม และ เพื่อชาติ มีความจำเป็น

เพราะหากย้อนรอยประวัติศาสตร์จะพบว่า มีการหาเหตุยุบพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชนมาแล้ว

ประกอบกับกติการัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 และกฎหมายลูก ก็ส่อว่าจะเกิดอุบัติเหตุนำไปสู่การยุบพรรคอีกเมื่อไรก็ได้

แง่หนึ่งของพรรคเพื่อไทย เพื่อธรรม และเพื่อชาติ ยังสะท้อนความหลากหลายของพวกพ้องที่แต่ละกลุ่มต่างมีมวลสมาชิกที่สนใจการเมืองอยู่เป็นจำนวนมาก

อีกทั้งยังเป็นการชดเชยจำนวนส..ที่อาจได้จำนวนลดลง เนื่องจากการเลือกตั้งแบบใหม่ เมื่อได้จำนวนส..เขตมากกว่าจำนวนรวมที่ส..พึงมีแล้ว จะไม่ได้ส..แบบบัญชีรายชื่ออีก

พรรคเพื่อชาติมีกระแสเป็นทุนเดิม มีสายสัมพันธ์กับกลุ่มนปช.คนเสื้อแดง ที่ผ่านมามีการหารือพูดคุยกันต่อเนื่อง จึงปรากฏภาพของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. เข้ามา

แต่การปรากฏชื่อของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ด้วยนั้น คงไม่ใช่

เนื่องจากนายจตุพร และนายสนธิ เพียงแต่ปฏิสัมพันธ์กันจากการรับโทษในเรือนจำ ทำให้ทั้งสองค้นพบสัจธรรมของชีวิตเท่านั้น ไม่ใช่ในทางการเมือง ที่ทั้งคู่อยู่ได้เพียงวงนอก ไม่อาจเป็นกำลังหลักได้เพราะมีคดีความติดตัว

ทั้ง 3 พรรคมีจุดร่วมทางความคิดและอุดมการณ์ชัดเจนในเฉดเดียวกัน

เพื่อทำให้เห็นว่านี่คือซีกของประชาธิปไตยในการเลือกตั้งครั้งสำคัญต้นปี 2562 ที่จะชี้ชัดว่า

สังคมไทยจะเลือกอยู่กับระบอบประชาธิปไตยหรือระบอบเผด็จการ

ถึงกระนั้นรายงานข่าวจากวงในพรรคเพื่อไทยยืนยันว่า

พรรคการเมืองในแผนแยกกันเดิน รวมกันตี เพื่อชัยชนะในการเลือกตั้ง มีแต่พรรคเพื่อธรรม ซึ่งมีนายสมพงษ์ อมรวิฒน์ เป็นหัวหน้าพรรค

ส่วนพรรคอื่นๆ รวมถึงพรรคเพื่อชาติ ถูกจัดอยู่ในระดับพรรคแนวร่วมที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองเหมือนกัน และพร้อมมาหลอมรวมกันหลังเลือกตั้ง เช่นเดียวกับพรรคประชาชาติ และพรรคเสรีรวมไทย

สำหรับคำถามยืดเยื้อว่าใครจะมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ที่ชื่อเป็นข่าวมาตลอดมีทั้งนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ กับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่กระแสหนุนสลับกันไปมา

ยังมีชื่อนายปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตรองหัวหน้าพรรคที่มาแรงในช่วงหลัง รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะให้พล...วิโรจน์ เปาอินทร์ ขยับขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคเต็มตัว หลังจากนั่งรักษาการมานาน

สุดท้ายหวยล็อกจะออกที่ใครก็แล้วแต่ สำหรับพรรคเพื่อไทยดูเหมือนตำแหน่งหัวหน้าพรรค มีความสำคัญไม่เท่ากับว่า

ใครจะมาอยู่ในบัญชีรายชื่อนายกฯของพรรค ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง

เหมือนกับพรรคพลังประชารัฐที่คาดหมายกันว่าชื่ออันดับ 1 คือพล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา ส่วนอันดับ 2-3 คือนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ กับนายอุตตม สาวนายน

สำหรับพรรคอื่นๆ น่าจะเป็นการเสนอชื่อแค่พอเป็นพิธี ให้ถูกต้องตามกติกาที่กำหนดไว้เท่านั้น โดยไม่ได้หวังผลจริงจัง

แต่สำหรับพรรคพลังประชารัฐ กับพรรคเพื่อไทย คนที่ได้รับเสนอชื่อโดยเฉพาะลำดับ 1 ในบัญชี ย่อมมีโอกาสไปไกลถึงตำแหน่งสูงสุดทางการเมือง

ยิ่งหากยึดตามสูตรคณิตศาสตร์การเมืองที่วิเคราะห์คำนวณโดย รศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี หัวหน้าภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ที่สรุปว่า

พรรคเพื่อไทยน่าจะได้ส..บัญชีรายชื่อไม่น้อยกว่า 20 ที่นั่ง และเมื่อรวมกับส..เขตแล้ว มีความเป็นไปได้ที่พรรคเพื่อไทยจะได้ส..รวม 200 ที่นั่ง บวกลบ 10

รวมถึงสำนักข่าวบีบีซีไทย ที่ทดลองคำนวณจำนวนส..ของแต่ละพรรค บนพื้นฐานคะแนนรวมส..เขตทั้งหมดในการเลือกตั้งปี 2554

ถึงจะออกตัวว่ายังมีปัจจัยตัวแปรอื่น แต่เบื้องต้นพบว่า พรรคเพื่อไทยจะได้ส..เขต 190 คน และบัญชีรายชื่อ 14 คน รวม 204 คน

ดังนั้น ใครมาอยู่ในบัญชีรายชื่อนายกฯ พรรคเพื่อไทย

จึงเป็นเรื่องน่าจับตาอย่างยิ่ง!!

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน